Social

การเติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนาเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนลงโทษอย่างรุนแรง, แบ่งปันคนอื่นน้อยลง

By: lew on Sat, 2015-11-07 17:33

ความเชื่อที่ว่า "ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี" อาจจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าคำว่าเป็นคนดีของกลุ่มเคร่งศาสนานั้นเป็นอย่างไร หลังจากงานวิจัยศึกษาเด็กอายุ 5 ถึง 12 ปี ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการแบ่งปันกับผู้อื่นและการลงโทษผู้ที่ทำผิดจากกฎเกณฑ์ในสังคม

เด็กที่เข้าร่วมมีทั้งหมด 1,170 คนจาก 6 ประเทศได้แก่ แคนาดา, จีน, จอร์แดน, แอฟริกาใต้, ตุรกี, และสหรัฐฯ โดยพ่อแม่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา, ประเมินความเห็นใจผู้อื่นของลูกตัวเอง, และระดับความตื่นตัวต่อความยุติธรรม (sensitivity to justice) เมื่อแบ่งกลุ่มตามศาสนาพบสามกลุ่มหลัก ได้แก่ คริสต์, มุสลิม, และกลุ่มไม่มีศาสนา

การศึกษาแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการแบ่งปัน เด็กจะได้รับสติกเกอร์คนละ 10 ชิ้นและให้แบ่งกับเด็กที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จากนั้นเก็บสถิติจำนวนสติกเกอร์ที่เด็กแบ่งปัน พบว่าเด็กอายุน้อยกว่ามีแนวโน้มจะแบ่งสติกเกอร์ให้มากกว่า แต่เมื่อแบ่งตามกลุ่มความเชื่อทางศาสนา เด็กที่เติบโตในกลุ่มไม่มีศาสนาแบ่งปันสติกเกอร์มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และแนวโน้มการแบ่งสติกเกอร์จะน้อยลงเรื่อยๆ ตามระดับความเกี่ยวข้องกับศาสนาของพ่อแม่ ว่าอยู่ในศาสนามานานเพียงใด

ส่วนที่สองเป็นการทดสอบด้านศีลธรรม โดยให้เด็กดูวิดีโอเหตุการณ์เด็กเดินชนเด็กคนอื่น หรือผลักอย่างตั้งใจ แล้วถามเด็กว่าคนที่ชนหรือผลักควรถูกลงโทษหนักเพียงใด พบว่าเด็กจากบ้านที่เคร่งศาสนามีแนวโน้มจะสนับสนุนการลงโทษที่รุนแรงกว่าเด็กที่มาจากบ้านที่ไม่มีศาสนา

งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าศาสนาสนับสนุนการพัฒนาคุณธรรมจริงหรือไม่ และผลวิจัยชี้ว่าจริงๆ แล้วการที่ไม่มีศาสนาก็ไม่ได้ลดระดับคุณธรรมลง

งานวิจัย "The Negative Association between Religiousness and Children’s Altruism across the World" นำทีมวิจัยโดยศาสตราจารย์ Jean Decety ตีพิมพ์ลงในวารสาร Current Biology doi: 10.1016/j.cub.2015.09.056

ที่มา - University of Chicago

ภาพโดย - geralt

มาเลเซียยกเลิกโควต้าชาวคริสต์เดินทางไปเยรูซาเล็ม

By: lew on Wed, 2012-12-19 14:52

ชาวคริสต์เป็นชนส่วนน้อยในมาเลเซียคิดเป็น 9.2% ของประชากร ความเท่าเทียมทางศาสนาก็ดูจะยังเป็นปัญหา ที่ผ่านมาชาวคริสต์ในมาเลเซียถูจำกัดโควต้าการเดินทางไปเมืองเยรูซาเล็มปีละ 700 คนโดยจำกัดโบสถ์ละ 40 คน เดินทางได้ครั้งละ 10 วัน โดยหนึ่งคนสามารถเดินทางได้ไม่เกินสามปีต่อครั้ง

แต่คำสั่งคณะรัฐมนตรีล่าสุดก็ยกเลิกข้อจำกัดเหล่านี้แล้ว และยืดเวลาเดินทางแต่ละครั้งเป็น 21 วัน แม้ทางอิสราเอลอาจไม่ได้ให้วีซ่านานขนาดนั้นก็ตาม

ความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างศาสนาในมาเลเซียมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 2009 ที่สองศาสนาต่อสู้กันในการแปลคำว่า Allah เป็นคำว่าพระเจ้าในไบเบิล

ที่มา - France24

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ "ไร้อารมณ์" ที่สุดในโลก, ฟิลิปปินส์เจ้าอารมณ์ที่สุดในโลก

By: lew on Thu, 2012-11-22 14:22

สำนักโพล Gallup สำรวจสิ่งที่เข้ามากระทบต่ออารมณ์ประชาชนกว่า 150 ประเทศทั่วโลก โดยถามคำถามว่าได้พบเจออะไรที่ทำให้อารมณ์ดีหรือไม่ในวันที่ผ่านมา 5 ข้อ และเจออะไรที่ทำให้อารมณ์เสียหรือไม่อีก 5 ข้อ พบว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีคนตอบ "ใช่" เพียงแค่ 36% ทำให้เป็นประเทศที่ "ไร้อารมณ์" อันดับหนึ่งของโลก

ในด้านตรงข้าม ประเทศฟิลิปปินส์มีผู้ตอบว่า "ใช่" ถึง 60% กลายเป็นประเทศที่ "เจ้าอารมณ์" ที่สุดในโลก ทำให้อาเซียนภูมิภาคเดียวกลายเป็นจุดพบกันของสังคมสองแบบที่ต่างกันคนละด้าน

กลุ่มประเทศที่ไร้อารมณ์นอกจากสิงคโปร์ มักเป็นประเทศแถบยุโรปตะวันตก เช่น ลิธัวเนียร์, รัสเซีย, ยูเครน, คาซัคสถาน ส่วนกลุ่มเจ้าอารมณ์มักเป็นอเมริกาใต้ เช่น เอล ซาวาดอร์, โคลัมเบีย, ชิลี, คอสตาริกา, เอกวาดอร์

อารมณ์และความรู้สึกต่อชีวิตเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงหลังต่อเนื่องจาก ตัวเลข GDP และชั่วโมงการทำงาน

รายงานฉบับเต็มต้องซื้อจากทาง Gallup โดยจะระบุถึงรายงานด้านดีหรือด้านแย่ของอารมณ์ของคนในแต่ละประเทศ เช่นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางเป็นกลุ่มที่อารมณ์เสียที่สุดในโลก ขณะที่กลุ่มอเมริกาใต้เป็นกลุ่มที่อารมณ์ดีที่สุดในโลก

ที่มา - Gallup

แคลิฟอร์เนียกำลังพิจารณากฎหมายให้รับรองพ่อแม่มากกว่าสองคน

By: lew on Tue, 2012-07-17 17:39

หลังการต่อสู้สิทธิการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน ตอนนี้รัฐแคลิฟอร์เนียกำลังมีประเด็นถัดจากนั้นคือสิทธิในการเป็นพ่อแม่ เนื่องจากกฎหมายเดิมถือว่าพ่อแม่ต้องเป็นชายหญิงที่แต่งงานหรืออยู่กินด้วยกันเท่านั้น กฎหมาย SB 1476 จะนิยามพ่อแม่ใหม่ทำให้ศาลสามารถพิจารณาความเป็นผู้ปกครองของเด็กได้ตามสัดส่วนการเลี้ยงดูจริง

กฎหมายนี้จะเปิดให้เด็กสามารถมีพ่อหรือแม่ได้มากกว่าหนึ่งคน และรวมผู้ปกครองได้เกินสองคนตามสภาพการเลี้ยงดูจริงโดยไม่จำกัดขั้นสูงสุดว่าเด็กจะมีผู้ปกครองได้กี่คน

กฎหมายนี้ผลักดันโดยสว. Mark Leno ที่ผลักดันให้กฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เคยมีคดีคู่แต่งงานเลสเบี้ยนที่เป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงคนหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่งผู้หญิงคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลส่วนอีกคนถูกจำคุก ในช่วงเวลานั้นพ่อจริงๆ ของเด็กหญิงกลับไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้ปกครองได้เพราะกฎหมายไม่ได้รับรองไว้

กฎหมายฉบับนี้จะรับรองครอบครัวแบบใหม่ๆ อีกหลายรูปแบบ เช่น แม่อุ้มบุญที่รับตั้งครรภ์แทนหากได้รับความยินยอมก็อาจจะเป็นแม่ร่วมกับแม่เจ้าของไข่ที่ตั้งครรภ์ได้

สหรัฐฯ มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 เพียง 60% ที่อยู่กับพ่อแม่ที่แต่งงานกัน ส่วนอีก 40% นั้นสว. Leno อ้างว่ามีจำนวนมากที่ต้องการการรับรองพ่อแม่ในรูปแบบที่ต่างออกไป

ที่มา - TDN

อัตราการเกิดของคนผิวขาวในสหรัฐฯ ต่ำกว่าครึ่งแล้ว

By: lew on Thu, 2012-05-17 22:37
Tags: 

การเปลี่ยนแปลงด้านเชื้อชาติในสหรัฐฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรายงานการการเกิดของประชากรสหรัฐฯ ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อจำนวนการเกิดของประชากรผิวขาวในสหรัฐฯ นั้นลดลงต่ำกว่า 50% หลังจากมีอันตราการเพิ่มประชากรในกลุ่มนี้น้อยมากมาต่อเนื่องหลายปี

ประชากรชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2% ทำให้เมื่อปี 2010 ชนกลุ่มน้อยมีสัดส่วนเป็น 36.6% อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดการณ์ว่าคนกลุ่มน้อยจะมีสัดส่วนประชากรรวม (ไม่ใช่แค่การเกิด) มากกว่า 50% ภายในปี 2040 แต่ปรากฏว่าช่วงหลังอัตราการเกิดของเชื้อชาติอื่นๆ ก็กำลังอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับคนผิวขาว ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอาจจะช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ไปอีกหลายปี เหตุผลหนึ่งคือการอพยพเข้ามาในสหรัฐฯ นั้นมีจำนวนลดลงมาก

การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประชากรเช่นนี้มีผลทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยประชากรในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรุ่น

ที่มา - Fox News

วิกฤติตุลาการ ศาลฎีกาสหรัฐฯ เหลืออัตราการรับรองจากประชาชนเพียง 52%

By: lew on Thu, 2012-05-10 03:12

Pew Internet Research ได้สำรวจระดับการรับรองศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐฯ และพบว่าอัตราการรับรอง (favorable ratings) ลดลงเหลือเพียง 52% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี โดยจุดสูงสุดของศาสฎีกาสูงสุดสหรัฐฯ นั้นเคยมีอัตราการรับรองถึง 80% ในปี 1994

อัตราการไม่รับรอง (unfavorable) นั้นอยู่ที่ 29% จากที่เคยสูงสุดในปี 2005 แต่ที่มากกว่าคือกลุ่มไม่มีความคิดเห็น สูงขึ้นเป็น 19% มากที่สุดนับแต่มีการสำรวจมาก

เมื่อแยกตามฝั่งการเมือง พบว่ากลุ่มผู้นิยมพรรคเดโมแคตรดนั้นให้การรับรอง 52% ส่วนพรรครีพับลิคกันให้การรับรอง 56% นับว่าไม่ต่างกันมากนัก เทียบกับสมัยประธานาธิปดีบุชคนลูกที่ความต่างของการรับรองศาลฎีกานี้ต่างกัน 10-20%

สาเหตุของอัตราการรับรองที่ลดลงเหตุผลหนึ่ง คือ การที่ศาลฎีกาเข้าตรวจสอบกฏหมายประกันสุขภาพของโอบามาในปี 2010 ทำให้ฝ่ายเดโมแครตให้ความรับรองต่อศาลลดลงอย่างรวดเร็ว โดย 32% ของฝ่ายเดโมแครตระบุว่าให้การรับรองต่อศาลน้อยลง

การสำรวจนี้ทำขึ้นกับประชาชน 3,008 คน ในระหว่างวันที่ 4-14 เมษายนที่ผ่านมา โดยอาศัยการสุ่มโทรศัพท์ ตามโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือ

ที่มา - Pew Research Center

รักไม่มีพรมแดน รายงาน Pew ฉบับล่าสุดระบุ การแต่งงานข้ามเชื้อชาติในสหรัฐฯ มีมากขึ้น

By: lew on Fri, 2012-02-17 02:47

รายงานจาก Pew Research Center ได้แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมสหรัฐฯ ที่พบการแต่งงานข้ามเชื้อชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • การแต่งงานข้ามเชื้อชาติเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในปี 2010 เทียบกับ 6.7% ในปี 1980 ทำให้สัดส่วนคู่สมรสข้ามเชื้อชาติเพิ่มเป็น 8.4% จาก 3.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
  • เชื้อชาติที่มีการแต่งงานข้ามไปยังเชื้อชาติอื่นๆ มากที่สุดคือเอเชีย (28%), สเปน (26%), คนผิวดำ (17%), และคนผิวขาว (9%)
  • เมื่อแบ่งตามเพศ พบว่าคนผิวดำที่แต่งงานข้ามเชื้อชาตินั้นมักเป็นชาย (24%) เทียบกับหญิง (9%) ขณะที่คนเอเชียนั้นกลับกันคือหญิงที่แต่งงานข้ามเชื้อชาติสูงกว่า (36%) ชาย (17%) ขณะที่กลุ่มเชื้อชาติสเปนและคนผิวขาวนั้นตัวเลขไม่ค่อยต่างกัน
  • รายได้ของคู่แต่งงานนั้นเปลี่ยนไปตามเชื้อชาติ เช่น ครอบครัวชายเอเชียแต่งงานกับหญิงผิวขาวนั้นมีรายได้เฉลี่ยสูงสุด (71,800 ดอลลาร์ต่อปี) ตามมาด้วยครอบครัวชายผิวขาวแต่งงานกับหญิงเอเชีย (70,592 ดอลลาร์ต่อปี) ขณะที่ครอบครัวชายผิวขาวที่แต่งงานกับหญิงชาติอื่นๆ นั้นมีรายได้รวมสูงกว่าการแต่งงานกับคนผิวขาวด้วยกัน
  • ในแง่ของการยอมรับนั้นสังคมให้การยอมรับคู่ต่างเชื้อชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นการยอมรับคู่ผิวขาวและผิวดำนั้นมีเพียง 48% ในปี 1987 แต่ในปี 2009 นั้นเพิ่มขึ้นมาเป็น 83%

รายงานยังมีการนำเสนอตัวเลขอื่นๆ อีกมา สามารถอ่านฉบับเต็มได้ในที่มาครับ

ที่มา - Pew Research Center

ไมโครซอฟท์ประกาศสนับสนุนกฏหมายรองรับแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน

By: lew on Sat, 2012-01-21 10:28

ไมโครซอฟท์ประกาศเข้าร่วมสนับสนุนร่างกฏหมายของวอชิงตันให้รองรับการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน โดยบริษัทที่ประกาศสนับสนุนยังมีอีกหลายบริษัท เช่น ไนกี้, RealNetwork เป็นต้น

เรื่องน่าสนใจคือไมโครซอฟท์ระบุว่ากฏหมายการรองรับการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันนี้จะเป็นผลดีต่อธุรกิจของบริษัท และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของรัฐเอง เพราะการที่กฏหมายรองรับสถานะภาพแต่งงานให้กับคู่แต่งงานระหว่างเพศเดียวกันจะลดข้อจำกัดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน ให้มาทำงานในรัฐได้ง่ายขึ้น หากพนักงานนั้นๆ มีคู่แต่งงานเพศเดียวกันอยู่

ประเด็นการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันยังเป็นเรื่องที่ได้รับการถกเถียงกันค่อนข้างมากแม้แต่ในสหรัฐฯ เองที่หลายรัฐยังมีแนวทางอนุรักษ์นิยมอยู่ ไมโครซอฟท์เองเมื่อประกาศจุดยืนของบริษัทออกมาก็ต้องกำกับว่าบริษัทยังเคารพความเห็นที่ต่างออกไป แต่ตัวไมโครซอฟท์เองก็เป็นบริษัทที่รองรับสิทธิประโยชน์ของพนักงานที่แต่งงานในเพศเดียวกันมาตั้งแต่ปี 1993 นับเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัท Fortune 500

ที่มา - TechNet

Subscribe to RSS - Social