BOT

ครม. ตั้ง ดร.วิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติคนใหม่

By: mk on Tue, 2015-07-07 13:41

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (7 ก.ค. 58) มีมติแต่งตั้ง ดร.วิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ต่อจากผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

ดร.วิรไท เป็นบุตรของ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เคยทำงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, ธนาคารไทยพาณิชย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีอายุ 45 ปี ถือเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ดร.วิรไท เป็นหนึ่งในผู้สมัคร 2 คนที่เข้ารอบสุดท้าย คู่กับ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ จากบริษัทหลักทรัพย์ภัทร (ข้อมูลจากไทยรัฐ) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ตัดสินใจเลือก ดร.วิรไท ในที่สุด

ดร.วิรไท เคยทำงานกับรัฐบาล คสช. โดยอยู่ใน "ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ" ที่ คสช. แต่งตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2557

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 1.75%

By: nrad6949 on Wed, 2015-03-11 15:04

วันนี้ (11 มี.ค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนแบบอัตราหนึ่งวัน (one-day bond repurchase) ลงเหลือ 1.75% ตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 4 ต่อ 3 ที่ให้ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบปี

นักวิเคราะห์การเงินจากกลุ่ม DBS ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันทางการเงินของสิงคโปร์ ออกมาระบุว่า การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะถดถอย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวก่อนหน้านี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาระบุถึงการกดดันให้รัฐบาลลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก DBS ออกมาระบุว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คิด

ที่มา - Bloomberg, ไทยรัฐ

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดเกี่ยวกับ Bitcoin เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

By: Flurrywong on Tue, 2013-07-30 11:32

เว็บไซด์ bitcoin.co.th ประกาศว่าจะหยุดทำการให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยให้เหตุผลว่าจากการที่บริษัท Bitcoin จำกัดได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Bitcoin และการดำเนินกิจการของบริษัท ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. เมื่อธปท.พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติบังคับใช้เกี่ยวกับ Bitcoin เป็นการเฉพาะและ Bitcoin ส่งผลกระทบต่อการใช้นโยบายควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) ทำให้ธปท. ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนได้เต็มที่ นอกจากนี้ตัว Bitcoin เองมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างการเป็นเงินตราในประเทศกับต่างประเทศ จึงประกาศให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

  1. การซื้อ Bitcoin
  2. การขาย Bitcoin
  3. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin
  4. การซื้อสินค้าหรือบริการด้วย Bitcoin
  5. การส่ง Bitcoin ให้กับบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
  6. การรับ Bitcoin จากบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดีธปท. ได้ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาตายตัวว่าจะเป็นเมื่อใด นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบไปยังเว็บไซด์ของธปท. เองก็ยังไม่ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยถูกควบคุมโดยพรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ผู้ที่จะประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืม หรือ โอนเงินตราต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอในอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากกระทรวงการคลังผ่านธปท. โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใบอนุญาตคือ นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขาย ฝากถอน หรือให้กู้เงินตราต่างประเทศได้) บุคคลรับอนุญาต (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางจากลูกค้า) ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปนอกประเทศและรับโอนเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศ) บริษัทรับอนุญาต (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจซื้อขายเช็คเดินทางแก่ผู้จะเดินทางออกนอกประเทศ หรือจ่ายเงินบาทให้ผู้ถือบัตรเครดิตต่างประเทศ) และศูนย์บริหารเงิน (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัทในเครือในไทย หรือเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 3 บริษัทขึ้นไป)

ที่มา - www.bitcoin.co.th

ปิดฉากเกาเหลา กระทรวงการคลัง-ธปท. จับมือร่วมกันรับภาระหนี้กองทุนฟื้นฟู

By: Flurrywong on Wed, 2011-11-30 00:35

หลังจากขัดแย้งกันมานานระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในที่สุดก็พบสัญญาณความร่วมมือที่ดีขึ้น เมื่อนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าพบม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปํญหา หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถานบันการเงิน (FIDF)และการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยม.ร.ว. จัตุมงคลได้เปิดเผยว่าจากผลการหารือเบื้องต้นพบว่า ปัจจุบันสถานะทางการเงินของประเทศ ดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า จึงอาจจะทำข้อตกลงรับภาระหนี้ร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยอาจจะผ่อนชำระเป็นงวดเป็นระยะเวลา 5-10 ปี เพื่อที่สะสางปัญหาที่ค้างคามาตั้งแต่สมัยวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยว่าจะเห็นด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ ม.ร.วจัตุมงคล ยังคาดการณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้น่าจะมีการปรับลดอัตรดอกเบี้ยลงมามากกว่าปกติ เพื่อช่วยฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าปัจจุบันประเทศจะประสบกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงอยู่ก็ตาม

ที่มา- มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 29 พ.ย. 2554 via ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Subscribe to RSS - BOT