Advertisement

Burger King ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Fries King แต่เป็นแค่แผนการตลาดออนไลน์

By: arjin on Tue, 2013-10-22 08:45

มีการส่งต่อข่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า ร้านฟาสต์ฟู้ด Burger King ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King แต่ความจริงแล้วนี่เป็นแผนการตลาด viral ออนไลน์เท่านั้น

โดยแคมเปญนี้เริ่มต้นจาก Burger King ประกาศผ่าน Twitter @BurgerKing ว่าบริษัทประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King แต่แท้จริงทำเพื่อประชาสัมพันธ์เมนูใหม่ มันฝรั่งทอด Satisfries ที่มีแคลอรี่น้อยกว่ามันฝรั่งทอดแบบเดิม 30%

Burger King ใช้ลูกเล่นเพื่อทำให้คนเชื่อในแคมเปญนี้อย่างมาก โดยทำการปรับโลโก้ใหม่ รวมถึงตกแต่งร้านสาขาหนึ่งให้เป็น Fries King ทั้งหมดจริงๆ ซึ่งก็ดูจะได้ผลเพราะผลชี้วัดนั้นแคมเปญนี้ทำให้ Burger King ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์มากกว่าเดิม 3 เท่า

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญสื่อออนไลน์บางคนก็ให้ความเห็นว่าแคมเปญนี้มีผลด้านลบอยู่มาก เพราะทำให้ลูกค้าสับสนและดูมุ่งเน้นการเป็น viral มากกว่าพยายามสร้างยอดขายเมนูใหม่จริง

Burger King ถือเป็นแบรนด์ที่มีแคมเปญที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ รวมทั้งคลิปคุณครูปาโทรศัพท์ในไทยอันลือลั่นด้วย

ที่มา: Business Insider [1], [2]

องค์กรกำกับโฆษณาระบุ ห้ามทวีตโฆษณาเนียน

By: chayaninw on Thu, 2012-06-21 18:56

Advertising Standards Authority หน่วยงานกำกับดูแลด้านการโฆษณาของสหราชอาณาจักร ได้ตัดสินห้ามแคมเปญโฆษณาของไนกี ที่ให้นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงทวีตโฆษณาให้ โดยระบุว่าข้อความทวีตนั้น ไม่ชัดเจนว่าเป็นการสื่อสารทางการตลาด

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นักฟุตบอลอังกฤษสองคนซึ่งมีไนกีเป็นสปอนเซอร์คือเวย์น รูนีย์ ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และแจ็ก วิลเชียร์ของอาร์เซนอล ได้ทวีตผ่านบัญชีส่วนตัวของแต่ละคน โดยของรูนีย์มีข้อความว่า "My resolution - to start the year as a champion, and finish it as a champion...#makeitcount gonike.me/makeitcount" ส่วนของวิลเชียร์พิมพ์ว่า "In 2012, I will come back for my club - and be ready for my country gonike.me/Makeitcount"

ประเด็นหลักของเรื่องที่มีการร้องเรียนคือ ทวีตเหล่านั้นไม่มีการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นข้อความโฆษณา แต่ไนกีอ้างว่า ในทวีตที่มีทั้ง URL และ hashtag ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแตกต่างจากทวีตอื่นๆ ของผู้เล่น และผู้เล่นทั้งสองคนก็เป็นที่รู้กันว่ามีไนกีเป็นผู้สนับสนุน แต่ ASA ระบุว่า ส่วนประกอบในทวีตไม่ได้มีลักษณะที่ทำให้ระบุได้อย่างเด่นชัด (obviously identifiable) ว่าเป็นโฆษณา และไม่จำเป็นว่าผู้อ่านทุกคนจะรับรู้แคมเปญ Make It Count หรือความสัมพันธ์ของนักกีฬากับผู้สนับสนุน ASA เสนอว่า ในอนาคต ธุรกิจควรจะใส่ข้อความ #ad หรือข้อความที่แสดงให้ชัดเจนว่าเป็นข้อความโฆษณา

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ ASA มีคำตัดสินเกี่ยวกับการโฆษณาในทวิตเตอร์ โดยตอนนี้ทวีตของรูนีย์ยังไม่ถูกลบออก ส่วนทวิตเตอร์ของวิลเชียร์ถูกปิดไปก่อนหน้านี้ในเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ที่มา - BBC News, ASA

Subscribe to RSS - Advertisement