Google

หุ้นบริษัท "Nestor" ราคาพุ่ง เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นบริษัทที่กูเกิลซื้อ?

By: chayaninw on Thu, 2014-01-16 00:18

การที่กูเกิลเข้าซื้อกิจการบริษัท Nest Lab ด้วยมูลค่า 3,200 ล้านดอลลาร์ ไม่เพียงแต่จะทำเงินให้ผู้ถือหุ้นของ Nest Lab เพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลให้หุ้นระดับ "เศษสตางค์" ของบริษัทอีกแห่งหนึ่ง พุ่งพรวดตามไปด้วย

บริษัท Nestor, Inc. ประกอบกิจการขายเครื่องมือด้านการบังคับใช้กฎจราจรแก่รัฐบาลท้องถิ่นต่างๆ ในสหรัฐ ใช้ตัวย่อในการซื้อขายหุ้นว่า NEST ก่อนการประกาศซื้อกิจการ Nest Lab หุ้นของ Nestor ซื้อขายกันที่ราคา 0.002 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีปริมาณการซื้อขายน้อยมาก ราคา Nestor ขึ้นพรวดมาปิดที่ 0.04 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันถัดมา คิดเป็นการขึ้น 1900% ซึ่งจากปริมาณการซื้อขายแล้วก็คงจะอธิบายได้ว่า คนจำนวนไม่น้อยคงสับสนกับบริษัท Nest Lab หรือคาดการณ์ได้ว่าจะมีนักลงทุนรายอื่นเข้าใจผิด

การซื้อหุ้นผิดเพราะตัวย่อนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ หุ้นของบริษัท "TWTRQ" ก็พุ่งขึ้นรับ IPO ของบริษัททวิตเตอร์ หรือในไทยเอง ก็มีกระแสแนวขำขันเกี่ยวกับหุ้น "MK" ตอนที่บริษัทเอ็มเคสุกี้เข้าซือขายในตลาดหลักทรัพย์ การพุ่งขึ้นของหุ้น NEST นี้ ยังเปิดประเด็นที่น่าสนใจด้วยว่า หากมีผู้ได้ข่าวดีลซื้อ Nest Lab ล่วงหน้า ไปซื้อหุ้น Nestor รอไว้ จะเข้าข่ายใช้ข้อมูลวงใน (insider trading) หรือไม่

ที่มา - Business Insider

Eric Schmidt เตรียมเดินทางเยือนพม่า

By: lew on Sat, 2013-03-16 15:53

หลังการเยือนเกาหลีเหนือไม่นาน Eric Schmidt ก็เตรียมเดินทางไปยังอีกหนึ่งในประเทศที่ถูกตัดขาดทางเศรษฐกิจอย่างพม่าในวันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยจะเข้าพบทั้งเจ้าของกิจการและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ทริปนี้เป็นหนึ่งในแผนการเดินทางไปยังหลายประเทศในเอเซียเพื่อเยี่ยมเยียนพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นและพนักงานของกูเกิลเองตามสาขาต่างๆ

ตัวแทนของกูเกิลเคยเดินทางเยือนพม่าไปพร้อมกับ USAID มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นการเยือนพร้อมกันของตัวแทนบริษัทไอทีชั้นนำจำนวนมาก ผลการเยือนครั้งนั้นคือซิสโก้ประกาศตั้งศูนย์อบรมในพม่า

ที่มา - C|Net

กูเกิลเป็นบริษัทด้านไอทีที่กองทุนรวมในอเมริกาถือหุ้นมากที่สุด

By: arjin on Fri, 2013-03-08 09:45

รายงานล่าสุดของ Citigroup ที่จัดอันดับหุ้นบริษัทที่กองทุนรวมในอเมริกามีการถือครองมากที่สุด พบว่ากูเกิลติด 50 อันดับแรกของบริษัทยอดนิยมของกองทุนรวมแล้ว โดยใช้ตัวเลขการถือครองหุ้น ณ สิ้นสุดไตรมาสที่ 4 ของปี 2012

ปัจจุบันหุ้นของกูเกิลมีการซื้อขายกันที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ หรือ PE Ratio 25 เท่า ขณะที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างแอปเปิลกลับมีการซื้อขายกันที่ PE 10 เท่า ถือเป็นส่วนต่างมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005

ที่มา: Bloomberg

กูเกิลจ่ายเงินล็อบบี้ในไตรมาสแรก 2012 มากขึ้น 240%

By: chayaninw on Wed, 2012-04-25 15:15

ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2012 บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ กูเกิล ได้จ่ายเงินสำหรับการล็อบบี้ถึง 5.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 240% เป็นสถิติใหม่ของบริษัท

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทไอทีอื่นๆ ค่าใช้จ่ายของกูเกิลสูงกว่าแอปเปิล (500,000 ดอลลาร์) เฟซบุ๊ก (650,000 ดอลลาร์) แอมะซอน (870,000 ดอลลาร์) และไมโครซอฟท์ (1.79 ล้านดอลลาร์) อย่างมาก และแซงกระทั่งบริษัทโทรคมนาคมอย่าง Verizon ที่ปรกติใช้เงินล็อบบี้สูงมาก (4.51 ล้านดอลลาร์)

บทบาทของกูเกิลที่ขยายจากบริการค้นหาตอนเริ่มแรกอย่างมาก เริ่มเข้าไปเกี่ยวพันกับประเด็นนโยบายสาธารณะหลายอย่าง ทำให้กูเกิลต้องเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และจุดยืนของตัวเองมากขึ้น

Ars Technica เปรียบเทียบว่า ถ้ากูเกิลยังคงอัตราการใช้จ่ายในระดับนี้ตลอดปี ค่าใช้จ่ายด้านล็อบบี้ของกูเกิลจะแซงอุตสาหกรรมบุหรี่รวมกัน

ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากของกูเกิลส่วนใหญ่น่าจะมาจากการล็อบบี้ต่อต้านกฎหมาย SOPA/PIPA ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากูเกิลจ่ายเงินเพื่อการล็อบบี้ในประเด็นนี้สูงถึง 4 ล้านดอลลาร์

ในสหรัฐนั้น อุตสาหกรรมการล็อบบี้นั้นค่อนข้างจะใหญ่โต โดยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จะจ้างนักล็อบบี้ (รวมไปถึงธุรกิจที่ทำหน้าที่ล็อบบี้โดยเฉพาะ) เพื่อโน้มน้าวสมาชิกนิติบัญญัติในประเด็นสาธารณะต่างๆ

ที่มา - The New York Times Blog - Bits, Ars Technica

อาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่, Eric Schmidt อาจขายหุ้นกูเกิลเพราะจะหย่า

By: lew on Sun, 2012-02-26 01:47

ข่าวการขายหุ้นของ Eric Schmidt สร้างความกังวลใจให้กับผู้ถือหุ้นว่าเขามีความตั้งใจอะไรจึงขายหุ้น แต่ข่าวล่าสุดจาก New York Post ระบุว่าเป็นไปได้ที่ Schmidt อาจจะกำลังหย่ากับภรรยาคือ Wendy Schmidt

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวซุบซิบเมื่อรายงานระบุว่า Eric นั้นเดทกับ Lisa Shields มาปีครึ่งแล้ว และถึงตอนนี้ก็อาจจะได้เวลาของการหย่าร้าง โดยคงต้องมีการจ่ายค่าชดเชยกัน

การคาดเดานี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน แต่ครอบครัว Schmidt เองก็ค่อนข้างเก็บเงียบเรื่องส่วนตัวกันมากเป็นปรกติอยู่แล้ว

ที่มา - New York Post

Eric Schmidt ขายหุ้นกูเกิลมูลค่า 1,450 ล้านดอลลาร์

By: lew on Tue, 2012-02-21 13:51

หลังจาก Eric Schmidt ถอนตัวจากงานบริหารกูเกิลไป บทบาทของเขาในบริษัทก็น้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดเขาก็ยื่นแบบฟอร์มไปยังคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการขายหุ้นชนิด A ออกไป 2.4 ล้านหุ้น

หุ้นของกูเกิลนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ชนิด A กับชนิด B โดยชนิด B นั้นมีเสียงโหวต 10 เสียง การขายครั้งนี้ในแง่เสียงโหวตแล้วจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หุ้นที่อยู่ในมือ Schmidt ยังมีเสียงโหวตถึง 7.3% มูลค่ารวมกว่าสี่พันล้านดอลลาร์ โดยเขาให้เหตุผลของการขายว่าต้องการกระจายการลงทุนออกไป

แต่ความกังวลของผู้ถือหุ้นว่า Schmidt อาจจะหมดใจกับกูเกิลไปแล้วและอาจจะหางานอย่างอื่นทำต่อไปก็คงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่เขาไม่ได้ค่อยได้มีบทบาทอะไรอีก

ที่มา - The Register

เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน

By: arjin on Wed, 2012-02-15 15:45

ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?

Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ

ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย

กูเกิลประกาศความร่วมมือทางด้านการสอนและงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจในฝรั่งเศส

By: Flurrywong on Tue, 2012-02-07 04:56

กูเกิลพี่ใหญ่แห่งวงการเสิร์จเอนจินได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาการสอนและงานวิจัยเป็นครั้งแรกร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจ (Business School) ชั้นนำของฝรั่งเศสอย่าง HEC Paris ภายใต้โครงการ Google@HEC ซึ่งจะเป็นการจัดการบรรยาย ประชุมและสัมมนาให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัย HEC โดยแบ่งออกเป็น 4 ความร่วมมือดังนี้

  1. Google Track วิชาเกี่ยวกับ E-Businessและเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy): วิชาสำหรับนักศึกษาปริญญาโทชั้นปีที่ 1และ 2
  2. Google Creativity Talk: การประชุมระหว่างนักศึกษา ผู้ประกอบการ ดีไซเนอร์ และครีเอทีฟ
  3. Google-HEC Initiative: สัมมนาเพื่อเป็นนำไปสู่การคิดโปรเจคทางด้าน E-Business
  4. Start-up Weekends: โครงการพิเศษที่เปิดใน HEC สำหรับนักศึกษาในสาขาอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น เช่นวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ เป็นต้น

ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้จะมีผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอลตัวจริงและบุคลากรของกูเกิลเป็นผู้จัดการเรียนการสอน

ที่มา - HEC Press release, The New York Times

ศาลฝรั่งเศสตัดสินให้กูเกิลจ่ายค่าชดเชย ฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่

By: lew on Fri, 2012-02-03 00:49

ศาลชั้นต้นฝรั่งเศสตัดสินคดีที่บริษัท Bottin Cartographes ฟ้องกูเกิลฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีว่ากูเกิลมีความผิดจริง และต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีถึง 660,000 ดอลลาร์ และค่าปรับอีก 19,700 ดอลลาร์

ข้อกล่าวหาคือการที่กูเกิลยอมขาดทุนในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีจนทำให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ซึ่งผิดกฏหมายการทุ่มตลาด อย่างไรก็ดีกูเกิลยืนยันว่าตลาดการให้บริการแผนที่ฟรีเองก็ยังมีการแข่งขันทั้งในฝรั่งเศสและทั่วโลก

น่าสนใจคือบริการแผนที่ฟรีนั้นกำลังผุดขึ้นไม่หยุด ทั้ง Bing Map และ OpenStreetMap หากการกระทำแบบนี้เป็นการทุ่มตลาดแล้วบริการอื่นๆ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการให้บริการแบบเดียวกันในฝรั่งเศส

กูเกิลเตรียมการที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ที่มา - PC World

S&P แนะให้ขายหุ้นกูเกิลหลังการเข้าซื้อ Motorola

By: Blltz on Wed, 2011-08-17 08:24

Standard & Poor's (S&P) บริษัทจัดเรตติงรายใหญ่ของโลกที่ไม่นานมานี้เพิ่งจะลดเรตติงของสหรัฐฯ วันนี้ได้ออกมาพูดถึงหุ้นของกูเกิล หลังจากที่กูเกิลเพิ่งเข้าซื้อกิจการ Motorola Mobility ไปหมาดๆ

S&P มองว่าการเข้าซื้อในครั้งนี้แม้ว่าจะได้สิทธิบัตรจำนวนมากในส่วนของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ก็อาจจะยังไม่พ้นการถูกฟ้องจากปัญญาละเมิดสิทธิบัตรอยู่ดี (น่าจะหมายถึงกรณีกับ Oracle) และยิ่งทำให้สถานการณ์ของ Android สุ่มเสี่ยงมากขึ้น เพราะ Motorola เองก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่พอที่จะส่งผลกับทิศทางของ Android และบริษัทผู้ผลิตรายอื่นที่ใช้ Android เช่นกัน

จากเหตผลดังกล่าว S&P จึงลดเรตติงกูเกิลจากแนะนำให้ "ซื้อ" เป็น "ขาย" และยังตัดราคาเป้าหมายลงอีก 200 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ

หุ้นกูเกิลวันนี้ตกลงเล็กน้อย ปรับตัวลดลง 18.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.3% ปิดตลาดอยู่ที่ 539 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - CNBC

หุ้น Google พุ่งหลังการประกาศผลประกอบการ Larry Page มีสินทรัพย์รวม 16.25 พันล้านดอลลาร์แล้ว

By: admin on Mon, 2011-07-18 23:33

หลังผลประกอบการของกูเกิลแซงหน้าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ไปได้อย่างสวยงาม หุ้นกูเกิลก็ทะยานขึ้นจากประมาณ 520 ดอลลาร์จนตอนนี้ราคาหุ้นยังพุ่งไปจนแตะแนวต้าน 600 ดอลลาร์ไปแล้วหลายรอบในช่วงสองวันที่ผ่านมา มูลค่าในตอนนี้ขึ้นไป 12% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

ผลจากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นเช่นนี้ทำให้สองผู้ก่อตั้งกูเกิลคือ Larry Page และ Sergey Brin มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นทันที 1.9 และ 1.8 พันล้านดอลลาร์ตามลำดับ โดยปีที่แล้วนิตยสาร Forbes ระบุให้ทั้งสองคนเป็นเศรษฐีอันดับที่ 24 ของโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินเท่ากันคือ 17.5 พันล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองคนมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเศรษฐี 50 อันดับแรก โดยมีอายุเพียง 37 และ 36 ปีตามลำดับ

แต่ในแง่ความรวยแล้วยังเทียบกับรุ่นพี่อย่างบิล เกตต์ได้ยากเพราะทรัพย์สินของเกตต์นั้นมีมูลค่าสูงถึง 53 พันล้านดอลลาร์ หรือสามช่วงตัวเลยทีเดียว ทั้งสองคนคงต้องปั้นกูเกิลให้ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกมากกว่าจะตามทันแม้จะคิดมูลค่าหุ้นรวมกันก็ตามที

ที่มา - Bloomberg, Wall Street Journal

Subscribe to RSS - Google