Google

Eric Schmidt เตรียมเดินทางเยือนพม่า

By: lew on Sat, 2013-03-16 15:53

หลังการเยือนเกาหลีเหนือไม่นาน Eric Schmidt ก็เตรียมเดินทางไปยังอีกหนึ่งในประเทศที่ถูกตัดขาดทางเศรษฐกิจอย่างพม่าในวันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยจะเข้าพบทั้งเจ้าของกิจการและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ทริปนี้เป็นหนึ่งในแผนการเดินทางไปยังหลายประเทศในเอเซียเพื่อเยี่ยมเยียนพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นและพนักงานของกูเกิลเองตามสาขาต่างๆ

ตัวแทนของกูเกิลเคยเดินทางเยือนพม่าไปพร้อมกับ USAID มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นการเยือนพร้อมกันของตัวแทนบริษัทไอทีชั้นนำจำนวนมาก ผลการเยือนครั้งนั้นคือซิสโก้ประกาศตั้งศูนย์อบรมในพม่า

ที่มา - C|Net

กูเกิลเป็นบริษัทด้านไอทีที่กองทุนรวมในอเมริกาถือหุ้นมากที่สุด

By: arjin on Fri, 2013-03-08 09:45

รายงานล่าสุดของ Citigroup ที่จัดอันดับหุ้นบริษัทที่กองทุนรวมในอเมริกามีการถือครองมากที่สุด พบว่ากูเกิลติด 50 อันดับแรกของบริษัทยอดนิยมของกองทุนรวมแล้ว โดยใช้ตัวเลขการถือครองหุ้น ณ สิ้นสุดไตรมาสที่ 4 ของปี 2012

ปัจจุบันหุ้นของกูเกิลมีการซื้อขายกันที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ หรือ PE Ratio 25 เท่า ขณะที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างแอปเปิลกลับมีการซื้อขายกันที่ PE 10 เท่า ถือเป็นส่วนต่างมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005

ที่มา: Bloomberg

กูเกิลจ่ายเงินล็อบบี้ในไตรมาสแรก 2012 มากขึ้น 240%

By: chayaninw on Wed, 2012-04-25 15:15

ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2012 บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ กูเกิล ได้จ่ายเงินสำหรับการล็อบบี้ถึง 5.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 240% เป็นสถิติใหม่ของบริษัท

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทไอทีอื่นๆ ค่าใช้จ่ายของกูเกิลสูงกว่าแอปเปิล (500,000 ดอลลาร์) เฟซบุ๊ก (650,000 ดอลลาร์) แอมะซอน (870,000 ดอลลาร์) และไมโครซอฟท์ (1.79 ล้านดอลลาร์) อย่างมาก และแซงกระทั่งบริษัทโทรคมนาคมอย่าง Verizon ที่ปรกติใช้เงินล็อบบี้สูงมาก (4.51 ล้านดอลลาร์)

บทบาทของกูเกิลที่ขยายจากบริการค้นหาตอนเริ่มแรกอย่างมาก เริ่มเข้าไปเกี่ยวพันกับประเด็นนโยบายสาธารณะหลายอย่าง ทำให้กูเกิลต้องเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และจุดยืนของตัวเองมากขึ้น

Ars Technica เปรียบเทียบว่า ถ้ากูเกิลยังคงอัตราการใช้จ่ายในระดับนี้ตลอดปี ค่าใช้จ่ายด้านล็อบบี้ของกูเกิลจะแซงอุตสาหกรรมบุหรี่รวมกัน

ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากของกูเกิลส่วนใหญ่น่าจะมาจากการล็อบบี้ต่อต้านกฎหมาย SOPA/PIPA ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากูเกิลจ่ายเงินเพื่อการล็อบบี้ในประเด็นนี้สูงถึง 4 ล้านดอลลาร์

ในสหรัฐนั้น อุตสาหกรรมการล็อบบี้นั้นค่อนข้างจะใหญ่โต โดยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จะจ้างนักล็อบบี้ (รวมไปถึงธุรกิจที่ทำหน้าที่ล็อบบี้โดยเฉพาะ) เพื่อโน้มน้าวสมาชิกนิติบัญญัติในประเด็นสาธารณะต่างๆ

ที่มา - The New York Times Blog - Bits, Ars Technica

อาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่, Eric Schmidt อาจขายหุ้นกูเกิลเพราะจะหย่า

By: lew on Sun, 2012-02-26 01:47

ข่าวการขายหุ้นของ Eric Schmidt สร้างความกังวลใจให้กับผู้ถือหุ้นว่าเขามีความตั้งใจอะไรจึงขายหุ้น แต่ข่าวล่าสุดจาก New York Post ระบุว่าเป็นไปได้ที่ Schmidt อาจจะกำลังหย่ากับภรรยาคือ Wendy Schmidt

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวซุบซิบเมื่อรายงานระบุว่า Eric นั้นเดทกับ Lisa Shields มาปีครึ่งแล้ว และถึงตอนนี้ก็อาจจะได้เวลาของการหย่าร้าง โดยคงต้องมีการจ่ายค่าชดเชยกัน

การคาดเดานี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน แต่ครอบครัว Schmidt เองก็ค่อนข้างเก็บเงียบเรื่องส่วนตัวกันมากเป็นปรกติอยู่แล้ว

ที่มา - New York Post

Eric Schmidt ขายหุ้นกูเกิลมูลค่า 1,450 ล้านดอลลาร์

By: lew on Tue, 2012-02-21 13:51

หลังจาก Eric Schmidt ถอนตัวจากงานบริหารกูเกิลไป บทบาทของเขาในบริษัทก็น้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดเขาก็ยื่นแบบฟอร์มไปยังคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการขายหุ้นชนิด A ออกไป 2.4 ล้านหุ้น

หุ้นของกูเกิลนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ชนิด A กับชนิด B โดยชนิด B นั้นมีเสียงโหวต 10 เสียง การขายครั้งนี้ในแง่เสียงโหวตแล้วจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หุ้นที่อยู่ในมือ Schmidt ยังมีเสียงโหวตถึง 7.3% มูลค่ารวมกว่าสี่พันล้านดอลลาร์ โดยเขาให้เหตุผลของการขายว่าต้องการกระจายการลงทุนออกไป

แต่ความกังวลของผู้ถือหุ้นว่า Schmidt อาจจะหมดใจกับกูเกิลไปแล้วและอาจจะหางานอย่างอื่นทำต่อไปก็คงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่เขาไม่ได้ค่อยได้มีบทบาทอะไรอีก

ที่มา - The Register

เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน

By: arjin on Wed, 2012-02-15 15:45

ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?

Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ

ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย

กูเกิลประกาศความร่วมมือทางด้านการสอนและงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจในฝรั่งเศส

By: Flurrywong on Tue, 2012-02-07 04:56

กูเกิลพี่ใหญ่แห่งวงการเสิร์จเอนจินได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาการสอนและงานวิจัยเป็นครั้งแรกร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจ (Business School) ชั้นนำของฝรั่งเศสอย่าง HEC Paris ภายใต้โครงการ Google@HEC ซึ่งจะเป็นการจัดการบรรยาย ประชุมและสัมมนาให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัย HEC โดยแบ่งออกเป็น 4 ความร่วมมือดังนี้

  1. Google Track วิชาเกี่ยวกับ E-Businessและเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy): วิชาสำหรับนักศึกษาปริญญาโทชั้นปีที่ 1และ 2
  2. Google Creativity Talk: การประชุมระหว่างนักศึกษา ผู้ประกอบการ ดีไซเนอร์ และครีเอทีฟ
  3. Google-HEC Initiative: สัมมนาเพื่อเป็นนำไปสู่การคิดโปรเจคทางด้าน E-Business
  4. Start-up Weekends: โครงการพิเศษที่เปิดใน HEC สำหรับนักศึกษาในสาขาอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น เช่นวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ เป็นต้น

ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้จะมีผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอลตัวจริงและบุคลากรของกูเกิลเป็นผู้จัดการเรียนการสอน

ที่มา - HEC Press release, The New York Times

ศาลฝรั่งเศสตัดสินให้กูเกิลจ่ายค่าชดเชย ฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่

By: lew on Fri, 2012-02-03 00:49

ศาลชั้นต้นฝรั่งเศสตัดสินคดีที่บริษัท Bottin Cartographes ฟ้องกูเกิลฐานทุ่มตลาดในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีว่ากูเกิลมีความผิดจริง และต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีถึง 660,000 ดอลลาร์ และค่าปรับอีก 19,700 ดอลลาร์

ข้อกล่าวหาคือการที่กูเกิลยอมขาดทุนในบริการแผนที่ด้วยการให้บริการฟรีจนทำให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ซึ่งผิดกฏหมายการทุ่มตลาด อย่างไรก็ดีกูเกิลยืนยันว่าตลาดการให้บริการแผนที่ฟรีเองก็ยังมีการแข่งขันทั้งในฝรั่งเศสและทั่วโลก

น่าสนใจคือบริการแผนที่ฟรีนั้นกำลังผุดขึ้นไม่หยุด ทั้ง Bing Map และ OpenStreetMap หากการกระทำแบบนี้เป็นการทุ่มตลาดแล้วบริการอื่นๆ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการให้บริการแบบเดียวกันในฝรั่งเศส

กูเกิลเตรียมการที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ที่มา - PC World

S&P แนะให้ขายหุ้นกูเกิลหลังการเข้าซื้อ Motorola

By: Blltz on Wed, 2011-08-17 08:24

Standard & Poor's (S&P) บริษัทจัดเรตติงรายใหญ่ของโลกที่ไม่นานมานี้เพิ่งจะลดเรตติงของสหรัฐฯ วันนี้ได้ออกมาพูดถึงหุ้นของกูเกิล หลังจากที่กูเกิลเพิ่งเข้าซื้อกิจการ Motorola Mobility ไปหมาดๆ

S&P มองว่าการเข้าซื้อในครั้งนี้แม้ว่าจะได้สิทธิบัตรจำนวนมากในส่วนของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ก็อาจจะยังไม่พ้นการถูกฟ้องจากปัญญาละเมิดสิทธิบัตรอยู่ดี (น่าจะหมายถึงกรณีกับ Oracle) และยิ่งทำให้สถานการณ์ของ Android สุ่มเสี่ยงมากขึ้น เพราะ Motorola เองก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่พอที่จะส่งผลกับทิศทางของ Android และบริษัทผู้ผลิตรายอื่นที่ใช้ Android เช่นกัน

จากเหตผลดังกล่าว S&P จึงลดเรตติงกูเกิลจากแนะนำให้ "ซื้อ" เป็น "ขาย" และยังตัดราคาเป้าหมายลงอีก 200 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ

หุ้นกูเกิลวันนี้ตกลงเล็กน้อย ปรับตัวลดลง 18.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.3% ปิดตลาดอยู่ที่ 539 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - CNBC

หุ้น Google พุ่งหลังการประกาศผลประกอบการ Larry Page มีสินทรัพย์รวม 16.25 พันล้านดอลลาร์แล้ว

By: admin on Mon, 2011-07-18 23:33

หลังผลประกอบการของกูเกิลแซงหน้าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ไปได้อย่างสวยงาม หุ้นกูเกิลก็ทะยานขึ้นจากประมาณ 520 ดอลลาร์จนตอนนี้ราคาหุ้นยังพุ่งไปจนแตะแนวต้าน 600 ดอลลาร์ไปแล้วหลายรอบในช่วงสองวันที่ผ่านมา มูลค่าในตอนนี้ขึ้นไป 12% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

ผลจากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นเช่นนี้ทำให้สองผู้ก่อตั้งกูเกิลคือ Larry Page และ Sergey Brin มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นทันที 1.9 และ 1.8 พันล้านดอลลาร์ตามลำดับ โดยปีที่แล้วนิตยสาร Forbes ระบุให้ทั้งสองคนเป็นเศรษฐีอันดับที่ 24 ของโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินเท่ากันคือ 17.5 พันล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองคนมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเศรษฐี 50 อันดับแรก โดยมีอายุเพียง 37 และ 36 ปีตามลำดับ

แต่ในแง่ความรวยแล้วยังเทียบกับรุ่นพี่อย่างบิล เกตต์ได้ยากเพราะทรัพย์สินของเกตต์นั้นมีมูลค่าสูงถึง 53 พันล้านดอลลาร์ หรือสามช่วงตัวเลยทีเดียว ทั้งสองคนคงต้องปั้นกูเกิลให้ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกมากกว่าจะตามทันแม้จะคิดมูลค่าหุ้นรวมกันก็ตามที

ที่มา - Bloomberg, Wall Street Journal

Subscribe to RSS - Google