lew's blog

แคนาดาเริ่มเก็บภาษี BitCoin

By: lew on Mon, 2013-04-29 13:56

สรรพากรแคนาดาประกาศเก็บภาษีจากการทำกำไรในระบบเงิน BitCoin โดยถือว่าเป็นธุรกรรมแบบสินค้าแลกสินค้า (barter trade) โดยจะตีมูลค่าสินค้าแลกเปลี่ยนตามมูลค่า ณ วันที่ส่งมอบ และสำหรับผู้ที่ซื้อขายเงิน BitCoin จะต้องเสียภาษีกำไรส่วนทุน (capital gain tax)

นักลงทุนที่ลงทุนในเงิน BitCoin บางคนระบุว่าเสียภาษีตามกฎหมายแคนาดาอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีระบบการตรวจสอบใดๆ ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของนักลงทุนที่จะระบุรายได้กับสรรพากรเอง

BitCoin นั้นออกแบบมาเพื่อเลี่ยงการควบคุมของธนาคารกลาง ไม่ให้สามารถควบคุมกระบวนการรับจ่ายเงินได้ แต่ความจริงของชีวิตคนเราคงไม่สามารถหนีได้สองอย่างคือความตายและภาษี

ที่มา - CBC

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายภาษีการค้าออนไลน์

By: lew on Wed, 2013-04-24 18:52

การค้าออนไลน์ของสหรัฐฯ มีความได้เปรียบการค้าปลีกตามร้านมาเป็นเวลานานจากช่องทางการค้าข้ามรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นหากลูกค้าอยู่คนละรัฐกับตัวร้านที่เปิดเว็บก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย

กฎหมาย Marketplace Fairness Act จะเปิดให้รัฐต่างๆ สามารถร่วมมือกันออกข้อตกลงการเก็บภาษีข้ามรัฐ ทำให้ธุรกิจที่อยู่ในรัฐต้นทางและขายสินค้าไปยังรัฐปลายทาง สามารถส่งเงินภาษีที่เก็บจากผู้ซื้อไปยังรัฐปลายทางได้อย่างเป็นระบบ ในกรณีที่บางรัฐไม่ต้องการใช้ข้อตกลงเดียวกับรัฐอื่นๆ ก็สามารถออกข้อกำหนดการค้าออนไลน์ข้ามรัฐของตัวเองได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายนี้ให้ไว้

กฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 74 ต่อ 20 ก่อนจะตราเป็นกฎหมายจะต้องผ่านสภาผู้แทนและให้ประธานาธิบดีลงนามอีกครั้ง

ที่มา - ArsTechnica

สวรรค์ของนักช้อป 36% ของนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยใช้จ่ายเกินงบประมาณ

By: lew on Fri, 2013-04-12 23:54

รายงานจากบริษัท BMRS Asia ที่ได้รับการสนับสนุนโดย Western Union สำรวจนักท่องเที่ยว 300 คนในกรุงเทพฯ และพัทยาระบุว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยนั้นมีการคาดการณ์งบประมาณไว้ล่วงหน้า 85% แต่ในจำนวนนั้นกลับใช้จ่ายจริงเกินงบประมาณถึง 36%

เมื่อนับรวมทั้งหมด ค่าใช้จ่ายที่มักทำให้เกินงบประมาณได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 37%, ที่พัก 25%, และการช้อปส่วนตัว 18% แต่หากเป็นหญิงชาวเอเชียที่อายุเกิน 34 ปี จะเปลี่ยนเป็นการช้อปส่วนตัวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

แนวโน้มนี้มีมากในชาวเอเชียเหนือ เช่น จีน, เกาหลีใต้, ใต้หวัน, และญี่ปุ่น

ที่มา - TTG Asia

Facebook เริ่มกดดันทางการเมืองให้สหรัฐฯ เปิดรับแรงงานต่างชาติผ่าน FWD.us

By: lew on Fri, 2013-04-12 13:08

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ FWD.us (อ่านว่า forward us) เรียกร้องให้สหรัฐฯ เปิดรับแรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่มีความสามารถได้ต่อไป

FWD.us เป็นนิติบุคคลไม่หวังผลกำไรตามกฎหมายสหรัฐฯ สามารถรับเงินบริจาคได้เต็มรูปแบบ

ในวันเดียวกับการประกาศ มาร์คก็ยังเขียนบทความพิเศษลงหนังสือพิมพ์ Washington Post ระบุว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศแห่งคนอพยพ กลับมีนโยบายที่แปลกประหลาดสำหรับแรงงานอพยพ และนโยบายเหล่านั้นก็ไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน ด้วยนโยบายปัจจุบัน นักเรียนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 40% ต้องออกจากสหรัฐฯ หลังเรียนจบ เพราะไม่สามารถหาวีซ่า H1-B สำหรับทำงานในสหรัฐฯ ได้

ข้อเรียกร้องของมาร์คมีสามข้อด้วยกัน ได้แก่ 1) ให้ปรับกระบวนการของอพยพเข้าทำงานในสหรัฐฯ ให้คนทำงานที่มีความสามารถและขยันสามารถเข้ามาเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ได้ไม่ว่าจะเกิดที่ใดก็ตาม 2) ปรับปรุงกระบวนการศึกษา เน้นหนักกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกรรม, คณิตศาสตร์, และเทคโนโลยี 3) ลงทุนกับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และปรับปรุงให้ผลสำเร็จของงานวิจัยส่งผลดีต่อสาธารณะ ไม่ใช่แค่คนกลุ่มเล็กๆ

ที่มา - Washington Post, Facebook, FWD.us

ลาวเริ่มเจรจาโครงการกู้เงินสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 แสนล้านบาทจากจีน

By: lew on Wed, 2013-04-10 14:08

ทางการลาวเริ่มเจรจาเงื่อนไขเงินกู้โครงการรถไฟความเร็วสูง มูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 200,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าถึง 90% ของ GDP ลาวที่มีมูลค่ารวมเพียง 8,300 ล้านดอลลาร์ โดยเงินกู้ก้อนแรกจะมาจากธนาคารเพื่อการส่งออกของจีน

โครงการรถไฟความเร็วสูงของลาวมีระยะทางรวม 420 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากคุนหมิงมายังเวียงจัน ห่างจากชายแดนไทยไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร หากโครงการนี้สามารถเชื่อมต่อกับโครงการของไทย ทางจีนจะสามารถส่งสินค้าเข้ามายังไทย และสามารถเข้าถึงท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าได้โดยไม่ต้องพึ่งเรือสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาทางเดียวเช่นเดิม

แต่หนี้ถึง 90% ของ GDP นับว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างมาก หน่วยงานทางการเงินระหว่างประเทศอย่าง ADB หรือ IMF ล้วนเตือนว่าลาวอาจจะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเงินกู้ได้ตามกำหนด และนำประเทศเข้าสู่ความเสี่ยงทางการเงิน

ที่มา - Financial Times

สตาร์บั๊กเตรียมบุกสองชาติอาเซียนเพิ่ม อินโดนีเซีย 100 สาขา ฟิลิปปินส์ 100 สาขา

By: lew on Fri, 2013-04-05 00:27

สตาร์บั๊กประกาศแผนบุกสองชาติอาเซียนคือ อินโดนีเซีย 100 สาขาในสามปีข้างหน้าและฟิลิปปินส์อีก 100 สาขาใน 4 ปีข้างหน้า จากตอนนี้ที่สตาร์บั๊กมีสาขาใน 6 ชาติอาเซียนได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, และเวียดนาม รวม 700 สาขา

ซีอีโอของสตาร์บั๊กระบุว่าภูมิภาคนี้มีโอกาสเติบโตที่สูงมากจากประชากรรวมถึง 600 ล้านคน และสตาร์บั๊กตื่นเต้นกับการคาดการณ์ที่ดูดีของภูมิภาคนี้

ไม่มีรายงานว่าจะเปิดเพิ่มในไทยอีกกี่สาขา แต่คงไม่พอสำหรับโปรโมชั่นหนึ่งแถมหนึ่งอยู่ดี

ที่มา - Fox Business

กลต. สหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย

By: lew on Thu, 2013-04-04 02:14

กลต. สหรัฐฯ (Securities and Exchange Commission - SEC) ตั้งทีมสอบสวนกรณี Reed Hastings ซีอีโอของ Netflix ประกาศว่าบริษัทมียอดดาวน์โหลดมากกว่าพันล้านครั้งบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่ากระบวนการเปิดเผยข้อมูลเช่นนี้ถือว่าไม่ผิดตามหลักการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นธรรม (Fair Disclosure - FD) ตราบใดก็ตามที่มีการแจ้งผู้ลงทุนว่าจะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ตามช่องทางใดบ้าง

ทาง SEC ระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียก็ไม่ต่างไปจากการเปิดเผยผ่านเว็บและบล็อกที่ได้รับอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2008 ดังนั้นโซเชียลมีเดียก็ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นธรรมเช่นกัน

การโพสข้อความของ Hastings ในวันที่ 3 กรกฎาคมปีที่แล้ว ทำให้หุ้นของ Netflix ขึ้นจาก 70.45 ไปปิดตลาดที่ 81.72 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ที่มา - SEC

Samoa Air คิดค่าโดยสารตามน้ำหนักผู้โดยสาร

By: lew on Thu, 2013-04-04 02:02
Tags: 

สายการบินราคาประหยัดยุคใหม่อาจจะประหยัดค่าเชื้อเพลิงด้วยการไม่แถมระวางบรรทุกสัมภาระ ทำให้ผู้โดยสารยุคใหม่เรียนรู้จะถือกระเป๋าาหนักเพียงไม่เกิน 7 กิโลกรัมขึ้นเครื่อง แต่สายการบิน Samoa Air กำลังผลักดันมาตรฐานใหม่ด้วยการคิดค่าโดยสารตามน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม

Samoa Air เป็นสายการบินที่ใช้เครื่องบินเล็กเพียงสี่ที่นั่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไวต่อน้ำหนักของผู้โดยสารคนใดคนหนึ่งที่น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ ส่วนทางซีอีโอของ Somoa Air ระบุว่าการคิดค่าโดยสารแบบนี้เป็นธรรมกับผู้โดยสารทั้งหมดมากกว่าแบบเดิม และสนับสนุนการรักษาสุขภาพของผู้โดยสารด้วย

ที่มา - Gizmag

ธนาคารไซปรัสเปิดวันแรกหลังปิดทำการ 12 วัน

By: lew on Fri, 2013-03-29 01:31

ธนาคารในไซปรัสเปิดทำการอีกครั้งหลังต้องปิดทำการไปถึง 12 วันเนื่องจากสภายังไม่สามารถหาทางออกในมาตรการการเก็บภาษีเงินฝาก หลังจากออกมาตรการห้ามโยกย้ายเงินจนครบแทบทุกทาง วันนี้ธนาคารไซปรัสก็เปิดทำการอีกครั้งท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดการจลาจลแย่งชิงกันถอนเงิน แต่บรรยากาศจริงกลับเป็นไปด้วยความสงบกว่าที่คาดไว้มาก

ธนาคารหลายแห่งมีคนมารอคิวเพื่อถอนเงิน แต่เหตุการณ์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ที่มาถอนเงินก็สามารถถอนเงินสดได้เพียงคนละ 300 ยูโรต่อวันเท่านั้น

แม้ธนาคารจะเปิดทำการแล้ว แต่มาตรการจำกัดต่างๆ ก็ทำให้ในความเป็นจริงเงินแทบไม่เคลื่อนย้ายไปไหน คนที่ได้ผลกระทบที่สุดคือภาคธุรกิจที่กำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนักบริษัทห้างร้านไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ บริษัทเช่ารถแห่งหนึ่งไม่สามารถจ่ายภาษีนำเข้ารถที่สั่งมาใหม่ได้เพราะธนาคารไม่อนุญาตให้โอนเงิน ร้านอาหารไม่มีน้ำดื่มขายเพราะไม่สามารถนำเข้าขวดพลาสติก ธุรกิจจำนวนมากรับเฉพาะเงินสด

สัญญาณการควบคุมเงินฝากมีมาก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีเงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารไซปรัสถึงร้อยละ 18%

ที่มา - The Guardian, Reuters

ไซปรัสเตรียมจำกัดการนำเงินออกนอกประเทศ

By: lew on Thu, 2013-03-28 01:40

วิกฤติทางการเงินของไซปรัสกำลังทำให้การธนาคารของทั้งประเทศอยู่ในสภาวะล่อแหลม ไซปรัสกำลังอยู่ระหว่างการตรากฎหมายภาษีเงินฝาก ในระหว่างนี้ธนาคารในไซปรัสปิดทำการตั้งแต่วันที่ 15 ที่ผ่านมา มาตรการล่าสุดเพื่อให้ธนาคารเปิดทำการได้โดยไม่ถูกรุมถอนเงินจนล่มคือการจำกัดการโยนเงินออกจากธนาคาร ขณะที่ระหว่างที่ธนาคารเปิดทำการไม่ได้นี้ ประชาชนสามารถถอนเงินจาก ATM ได้ไม่เกินวันละ 100 ยูโร

ภายใต้มาตรการเบื้องต้นที่เตรียมจะออกเป็นประกาศในวันพรุ่งนี้ ไซปรัสจะจำกัดการนำเงินสดออกนอกประเทศครั้งละไม่เกิน 3,000 ยูโร และสามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตข้ามประเทศได้ไม่เกิน 5,000 ยูโร

การจำกัดเงินออกจากธนาคารเป็นได้เพียงมาตรการชั่วคราว สุดท้ายแล้วหากไซปรัสต้องการเงินหมื่นล้านยูโรจาก IMF, EU, และ ECB จะต้องออกมาตรการเก็บภาษีทางใดทางหนึ่งอยู่ดี มาตรการแรกที่เสนอกันคือ ภาษี 9.9% สำหรับผู้ที่มีเงินฝากเกิน 100,000 ยูโร และ 6.5% สำหรับคนที่มีต่ำกว่านั้นแต่มาตรการนี้ไม่สามารถผ่านสภาได้ มาตรการล่าสุดนั้นไซปรัสจะรับประกันเงินฝากต่ำกว่า 100,000 ยูโรทั้งหมดแต่จะถูกจำกัดการถอนเงิน ส่วนบัญชีที่เกิน 100,000 ยูโรจะถูกแปลงหนี้เงินฝากเป็นทุนธนาคารในสัดส่วน 40% ทำให้ได้เงินสดมา 4,200 ล้านยูโร รวมกับเงินกู้ 10,000 ล้านยูโรที่จะได้รับความช่วยเหลือ

สภาพตอนนี้คงเรียกได้เต็มปากว่า "ดูไม่จืด"

ที่มา - BBC, Reuters

MasterCard เริ่มบีบ Paypal ต้องจ่ายค่าบริการแพงขึ้น

By: lew on Tue, 2013-03-26 01:01

บริการจ่ายเงินตรงระหว่างผู้ใช้อย่าง Paypal เริ่มสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ให้บริการบัตรเครดิตอย่าง MasterCard และ Visa ทั้งสองบริษัทเตรียมเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมกับธุรกิจประเภทเดียวกัน

MasterCard ระบุเหตุผลของการขึ้นค่าธรรมเนียมว่าบริการรับจ่ายเงินเช่นนี้ไม่แชร์ข้อมูลการจ่ายเงินมายังบัตรเครดิต ปกติแล้วบริษัทบัตรเครดิตสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำวิจัย

การที่ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตไปยังผู้ใช้อื่นๆ น่าจะทำให้ปริมาณการใช้บัตรเครดิตมากขึ้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการบัตรเครดิต แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่ได้รับเงินไปเหล่านี้อาจจะจ่ายเงินตรงจากเงินที่ได้รับมา การนำเงินออกจากบัญชีเช่นนี้ไม่ผ่านระบบบัตรเครดิตและไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด รวมถึงในช่วงหลัง Paypal เองก็เริ่มให้บริการจ่ายเงินตรงจากเครื่องรับจ่ายจากบัญชีของ Paypal ทำให้ลักษณะบริการของ Paypal กลายเป็นคู่แข่งของบัครเครดิตมากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวร้ายคือบริการแบบเดียวกันและยังไม่ได้รับความนิยมเท่า Paypal จะโดนค่าธรรมเนียมใหม่นี้ทั้งหมด บริการเช่น Google Wallet เองก็จะโดนค่าธรรมเนียมแบบใหม่นี้ด้วย

ที่มา - The Register

BitCoin เริ่มถูกควบคุมเพื่อป้องกันการฟอกเงิน

By: lew on Wed, 2013-03-20 03:16

ความได้เปรียบของ BitCoin ที่ทำให้ได้รับความนิยมพอสมควรในทุกวันนี้ นอกจากความไร้ศูนย์กลางที่ทำให้ไม่สามารถหยุดการดำเนินการได้แล้ว อีกประเด็นหนึ่งคือตัว BitCoin เองยังไม่ได้ถูกกำกับในฐานะ "เงิน" ทำให้หน่วยงานแลกเงินไม่ได้ถูกกำกับเหมือนบริษัทแลกเงินทั่วไป แต่หลังจากนี้หน่วยงานป้องกันการฟอกเงินในสหรัฐฯ ( Financial Crimes Enforcement Network - FinCEN) ก็เริ่มส่งคำสั่งให้หน่วยงานที่ให้บริการรับแลก หรือใช้งาน "เงินเสมือน" ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ FinCEN และทำตามข้อบังคับเช่นเดียวกับที่บริษัทรับแลกเงินอื่นๆ ต้องทำ

ประกาศนี้ทำให้บริษัทรับแลก BitCoin ต้องขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานให้บริการทางการเงิน (Money Services Businesses - MSBs) ก่อนหน้านี้บริษัทที่ให้บริการเงินดิจิตอล เช่น เฟซบุ๊กก็ต้องขึ้นทะเบียนแบบเดียวกัน

ประกาศฉบับใหม่นี้ระบุถึง "ระบบเงินเสมือนที่ไร้ศูนย์กลาง" (de-centralized virtual currencies) ซึ่งคงมีเพียง BitCoin เพียงอย่างเดียวในตอนนี้ที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ และระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ "สร้าง" เงินเหล่านี้ หรือเป็นผู้ใช้เงิน ยังได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขึ้นทะเบียน

BitCoin ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญของตลาดค้ายาเสพติดที่ทำให้หน่วยงานรัฐบาลติดตามผู้ดำเนินการตลาดได้อย่างยากลำบาก แม้จะมีการติดตามผู้ค้าบางรายจากการส่งสินค้า แต่ตัวตลาดออนไลน์กลับไม่สามารถปิดหรือติดตามตัวผู้ดำเนินการได้เพราะใช้เงินเป็น BitCoin และเชื่อมต่อผ่าน TOR ที่ปิดบังที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์

ที่มา - ArsTechnica, FinCEN

คดีหนังสือมือสองในสหรัฐฯ ถึงจุดสิ้นสุด ศาลสูงสุดระบุการขายสินค้ามือสองได้รับความคุ้มครองแม้ข้ามประเทศ

By: lew on Wed, 2013-03-20 02:47

คดีของดร.สุภาพ เกิดแสง กับสำนักพิมพ์ John Wiley & Sons กลายเป็นคดีที่วางแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งใหญ่อีกครั้งในสหรัฐฯ เมื่อศาลสูงสุด (Supreme Court) กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าการกระทำของดร.สุภาพทั้งหมดได้รับความคุ้มครองจาก "หลักการขายครั้งแรก" (first sale doctrine) ที่ถูกวางรากฐานไว้ด้วยคำพิพากษาของศาลสูงเอง และถูกตราเป็นกฎหมายในมาตรา 109 ของประมวลกฎหมายสหรัฐฯ และค่าปรับมูลค่า 600,000 ดอลลาร์เป็นอันตกไป

หลักการขายครั้งแรก ระบุให้ผู้ที่ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วสามารถขายต่อ หรือให้ยืมโดยไม่หวังกำไร จากสินค้าที่ซื้อไปแล้วได้ หลักการนี้ได้รับการยอมรับในสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานแต่ในกรณีของดร.สุภาพ เป็นการนำหนังสือเรียน (ของจริง) จากนอกสหรัฐฯ ไปขายในสหรัฐฯ ทำให้สำนักพิมพ์โต้แย้งว่าสำนักพิมพ์มีสิทธิที่จะตั้งราคาหนังสือนอกสหรัฐฯ ได้ตามต้องการโดยไม่ควรมีใครสามารถทำกำไรจากความต่างของราคาได้

ความสำคัญของคดีนี้คือหลักการที่ให้สิทธิในการขายสินค้ามือสองจะได้รับความคุ้มครองแม้เป็นการส่งออกข้ามประเทศหรือไม่ ผู้ค้าในอินเทอร์เน็ตกังวลเพราะเกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย เช่น ซีดีเก่าแก่หายากที่วางขายในบางประเทศจะไม่สามารถส่งออกข้ามประเทศได้เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิที่นำสินค้าทรัพย์สินทางปัญญามาขายในประเทศที่มีผู้ขายที่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาระบุว่ามาตรา 109 ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ใดๆ แต่ระบุเพียงว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ "สร้างขึ้นอย่างถูกกฎหมาย" ซึ่งการทำสำเนาสำหรับขายต่างประเทศก็เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกกฎหมายเช่นกัน และการเพิ่มข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์จะทำให้จุดมุ่งหมายของกฎหมายลิขิสิทธิ์ที่ "สนับสนุนความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และศิลปะที่เป็นประโยชน์" ผิดไป

ที่มา - ArsTechnica, Supreme Court (PDF)

ST-Ericsson แยกกิจการ ปลดพนักงาน 1800 คน

By: lew on Tue, 2013-03-19 02:54

การขยายตัวของตลาดโมบายอาจจะสูงมากในช่วงหลายปีที่่ผ่านมา แต่การแข่งขันที่สูงทำให้บริษัทรองๆ อย่าง ST-Ericsson ไม่สามารถแข่งขันในตลาด ทำให้ทั้ง STMicroelectronics และ Ericsson สองบริษัทที่ก่อต้องกิจการร่วมค้านี้ขึ้นมา ตกลงกันว่าจะแยกกิจการกลับออกเป็นสองส่วน

ฝั่ง Ericsson นั้นจะรับเอากิจการในส่วนของโมเด็ม LTE ไปพัฒนาและทำตลาดต่อ ส่วน ST จะรับกิจการในส่วนอื่นๆ รวมถึงโรงงานผลิตและทดสอบ แต่การแยกกิจการครั้งนี้จะทำให้มีพนักงานต้องออกจากงานทั้งหมด 1800 คน

สินค้าล่าสุดของ ST-Ericsson คือชิป NovaThor สำหรับแท็บเล็ตที่มีโมเด็ม LTE ในตัว รองรับหลายโหมดการเชื่อมต่อ แต่จนทุกวันนี้เราก็ยังไม่เห็นสินค้าหลักๆ ประกาศใช้ชิปตัวนี้

ที่มา - ST-Ericsson, Ericsson

Eric Schmidt เตรียมเดินทางเยือนพม่า

By: lew on Sat, 2013-03-16 15:53

หลังการเยือนเกาหลีเหนือไม่นาน Eric Schmidt ก็เตรียมเดินทางไปยังอีกหนึ่งในประเทศที่ถูกตัดขาดทางเศรษฐกิจอย่างพม่าในวันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยจะเข้าพบทั้งเจ้าของกิจการและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ทริปนี้เป็นหนึ่งในแผนการเดินทางไปยังหลายประเทศในเอเซียเพื่อเยี่ยมเยียนพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นและพนักงานของกูเกิลเองตามสาขาต่างๆ

ตัวแทนของกูเกิลเคยเดินทางเยือนพม่าไปพร้อมกับ USAID มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นการเยือนพร้อมกันของตัวแทนบริษัทไอทีชั้นนำจำนวนมาก ผลการเยือนครั้งนั้นคือซิสโก้ประกาศตั้งศูนย์อบรมในพม่า

ที่มา - C|Net

Pages

Subscribe to RSS - lew's blog