chayaninw's blog

Ikea เสียใจ เคยผลิตด้วยแรงงานบังคับในเยอรมนีตะวันออก

By: chayaninw on Sat, 2012-11-17 00:09

บริษัทเฟอร์นิเจอร์ Ikea จากสวีเดน ได้แถลงแสดงความเสียใจจากการที่บริษัทเคยใช้แรงงานบังคับ (forced labour) หลังจากที่รายงานได้สรุปว่า ซัพพลายเออร์ของบริษัทได้ใช้แรงงานที่ถูกบังคับ ซึ่งเป็นนักโทษในเยอรมนีตะวันออก

Ikea ได้จ้างบริษัท Ernst & Young สืบสวนในประเด็นดังกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่มีการกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานบังคับนักโทษในการผลิตสินค้าของบริษัทในสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี หรือเยอรมนีตะวันออก

ผลการสืบสวนจาก EY ได้สรุปออกมาว่า ในช่วง 25-30 ปีก่อน เคยมีการบังคับใช้แรงงานนักโทษการเมืองและนักโทษคดีอาญาในการผลิตสินค้าให้กับ Ikea ซึ่งได้จ้างรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ โดย EY ได้รวบรวมเอกสารจากภายใน Ikea มากกว่าสองหมื่นหน้า และหลักฐานประวัติศาสตร์ในเยอรมนีมากกว่าแปดหมื่นฉบับ และยังสัมภาษณ์อดีตพนักงาน Ikea และพยานจากอดีตเยอรมนีตะวันออกมากกว่าเก้าสิบคน

Ikea ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าการบังคับแรงงานนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และมาตรการในการควบคุมในสมัยนั้นไม่เพียงพอ

Rainer Wagner ประธานกลุ่ม UOKG ซึ่งเป็นกลุ่มเหยื่อนักโทษของเยอรมนีตะวันออก เคยระบุว่า Ikea เป็นเพียงหนึ่งในบริษัทจำนวนมากที่ได้รับประโยชน์จากการใช้แรงงานบังคับ และได้กล่าวในการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า การสืบสวนภายในของ Ikea นี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ที่มา - BBC News, AFP (Yahoo News)

Kempinski เตรียมบริหารโรงแรมสูงที่สุดในโลกที่เปียงยาง

By: chayaninw on Fri, 2012-11-02 14:27

โรงแรมหรูความสูง 105 ชั้นในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ กำลังจะเปิดให้บริการบางส่วนในกลางปีหน้า โดยจะบริหารโดยกลุ่ม Kempinski เชนโรงแรมหรูเก่าแก่ของยุโรป

โรงแรมดังกล่าวใช้ชื่อว่า Ryungyong จะเป็นโรงแรมที่มีความสูงที่สุดในโลก ที่ความสูง 330.02 เมตร จากข้อมูลของ Emporis GmbH โดยเริ่มต้นโครงการก่อสร้างตั้งแต่เกือบสามสิบปีก่อน และหยุดการก่อสร้างไปเมื่อปี 1993 จากปัญหาเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ

นอกจาก Kempinski ที่จะเป็นผู้บริหารโรงแรมแล้ว โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากบริษัทโทรคมนาคม Orascom ของอียิปต์ ซึ่งได้สิทธิเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ

Reto Wittner ผู้บริหารของ Kempinski AG ได้กล่าวว่า Kempinski นั้นจะเป็นธุรกิจโรงแรมรายแรกของตะวันตกที่ดำเนินกิจการในเกาหลีเหนือ โดยจะมีห้องรองรับแขกที่มาพักทั้งหมด 150 ห้อง จากที่วางแผนไว้ตอนแรก 1,500 ห้อง นอกจากส่วนของห้องพักแล้ว ก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร บอลรูม และสำนักงานของ Orascom เปิดให้บริการชั้นล่างและชั้นเมซซานีนในปีหน้าเช่นกัน

ที่มา - Bloomberg

Siemens ประกาศถอนตัวจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

By: chayaninw on Mon, 2012-10-22 18:46

Siemens บริษัทวิศวกรรมรายใหญ่ของเยอรมนี ได้ประกาศว่า บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาขายธุรกิจในส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดต้นทุนของบริษัท

Siemens ได้กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงในตลาดดังกล่าว การเจริญเติบโตที่ลดลง และแรงกดดันทางด้านราคาที่มากขึ้น ทำให้ธุรกิจนี้ไม่สามารถทำกำไรได้อย่างที่บริษัทคาดหวัง และจะมุ่งเป้าของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปที่พลังงานลมและน้ำ

หน่วยธุรกิจที่ Siemens กำลังจะขายนั้น เป็นหน่วยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์แบบความร้อน (thermal) และโฟโตโวลตาอิก (photovoltaic) ซึ่งมีผลประกอบการขาดทุนมากกว่าตัวเลขรายได้ที่น้อยกว่า 300 ล้านยูโร

ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์กำลังประสบปัญหา โดยในยุโรป วิกฤติเศรษฐกิจทำให้มีการตัดงบอุดหนุนด้านพลังงานนี้ลง และประเทศที่เป็นแหล่งแสงอาทิตย์อย่างสเปนและกรีซก็ประสบปัญหารุนแรง และผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่นในตลาดก็ประสบปัญหารายได้ที่ลดลงเช่นกัน

ที่มา - Reuters, Bloomberg BusinessWeek

Coca-Cola Hellenic บริษัทใหญ่สุดในกรีซ เตรียมย้ายออกนอกประเทศ

By: chayaninw on Wed, 2012-10-17 02:26

Coca-Cola Hellenic (CCH) บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกรีซ กำลังจะถอนตัวออกจากตลาดหุ้นเอเธนส์ โดยจะย้ายบริษัทไปที่สวิตเซอร์แลนด์ และเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนแทน

CCH เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม Coca-Cola ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รับผิดชอบการผลิตและจัดจำหน่ายใน 28 ประเทศ โดยปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทประมาณ 5.7 พันล้านยูโร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของกรีซหลังจากที่กลุ่มธนาคารมีมูลค่าลดลงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

Dimitris Lois ผู้บริหารของบริษัท ได้ระบุว่า การย้ายออกจากกรีซนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในทางธุรกิจ เพราะกิจการมากกว่า 95% ของบริษัทนั้นอยู่นอกประเทศ และผู้ลงทุนส่วนใหญ่ก็อยู่นอกประเทศเช่นกัน CCH ยืนยันว่าการย้ายบริษัทออกจากกรีซนี้จะไม่กระทบกับการดำเนินงานส่วนที่อยู่ในกรีซ

ถึงแม้ว่าการย้ายไปสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะมองได้ว่าเป็นการย้ายเพื่อผลประโยชน์ทางภาษี เนื่องจากกรีซมีอัตราภาษีขั้นสูง 45% แต่โฆษกของ CCH กล่าวว่า การย้ายนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ทางภาษี โดยแต่ละประเทศก็ยังคงมีบริษัทที่ดำเนินการซึ่งต้องจ่ายภาษีเงินได้ในประเทศนั้นๆ ซึ่งในกรณีของกรีซก็ยังคงมีการดำเนินธุรกิจอยู่ และอัตราการจ่ายภาษีโดยรวมก็น่าจะยังคงอยู่ที่ 25-27%

CCH ซึ่งมีกิจการอยู่ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบเทียบเท่ากับบริษัทอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ของกรีซ แต่การตั้งอยู่ในกรีซก็ส่งผลให้บริษัทถูกลดอันดับเครดิตจาก Moody's และ S&P เนื่องด้วยความเสี่ยงในประเทศ ซึ่ง Lois ก็บอกว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องสภาพคล่องของหุ้นหากยังคงอยู่ในตลาดหุ้นเอเธนส์ด้วย

Bloomberg ได้เปรียบเทียบมูลค่าตลาดหุ้นเอเธนส์ ซึ่งจะลดลงจาก 39.2 พันล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 31 พันล้านดอลลาร์ ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าตลาดหุ้นของเวียดนาม

ที่มา - Bloomberg, Reuters, The Guardian

รางวัลเศรษฐศาสตร์ "โนเบล" 2012: ระบบการจับคู่ที่เสถียร

By: chayaninw on Mon, 2012-10-15 20:50

ราชบัณฑิตยสถานของสวีเดน ได้ประกาศผลรางวัลธนาคารกลางสวีเดนสาขาเศรษฐศาสตร์เพื่อรำลึกถึงอัลเฟรด โนเบล หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ให้กับนักวิชาการสองคนจากสหรัฐอเมริกา สำหรับผลงานที่โดดเด่นในด้านทฤษฎีการจัดสรรที่เสถียรและการออกแบบระบบตลาด ("the theory of stable allocations and the practice of market design")

ผู้ได้รับรางวัลสองคนได้แก่ Alvin E. Roth อาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ Lloyd S. Shapley จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส โดย Shapley นั้นได้ศึกษาเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับกลไกการจับคู่ และเป็นผู้ร่วมคิดอัลกอริทึม Gale-Shapley ส่วน Roth นั้นได้นำงานทฤษฎีของ Shapley ใช้ศึกษาในเชิงประจักษ์ และมีส่วนในการช่วยออกแบบระบบจัดสรรที่อิงจากทฤษฎีดังกล่าว อาจารย์ทั้งสองคนได้รับเงินรางวัลไปแบ่งกันรวม 8 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 36 ล้านบาท)

แนวคิดกลไกการจัดสรรที่เป็นหัวข้อรางวัลในปีนี้นั้น แตกต่างจากกลไกตลาดทั่วไป โดยเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้ราคาเป็นเครื่องมือในการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา การบริจาคอวัยวะ เป็นต้น

แนวคิดเชิงทฤษฎีของ Gale-Shapley ซึ่งศึกษาไว้ในช่วงทศวรรษ 1960 นั้น อธิบายถึงสถานการณ์ที่มีผู้เล่นสองฝ่าย ที่จะต้องเลือกร่วมมือหรือจับคู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยยกตัวอย่างการเลือกจับคู่แต่งงานชาย-หญิง เป็นตัวอย่างอธิบายสถานการณ์จับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง สมมติว่า มีชายหญิงอย่างละสิบคน ที่จะเลือกจับคู่กันแต่ละฝ่าย จะมีระบบอย่างไรที่ทำให้การจับคู่นั้นเสถียร (stable) ได้

บริษัทชาวจีนฟ้องโอบามา หลังโดนสั่งห้ามโครงการไฟฟ้าพลังลม

By: chayaninw on Thu, 2012-10-04 11:52

บริษัทของนักธุรกิจชาวจีน ได้ฟ้องร้องประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่โอบามาได้เซ็นคำสั่งขัดขวางข้อตกลงธุรกิจด้านโรงไฟฟ้าพลังลม (wind farm) ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

บริษัท Ralls Corp ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวจีนสองคน ได้ตกลงเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมสี่แห่งในรัฐออริกอน โดยมีที่ตั้งของโครงการใกล้กับฐานของกองทัพเรือสหรัฐ ที่ใช้ในการทดสอบอากาศยานไร้คนขับ (drone)

คำสั่งขัดขวางดังกล่าว เป็นการคำสั่งขัดขวางการลงทุนจากต่างประเทศด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดย Ralls Corp จะต้องขายโครงการดังกล่าวภายในปลายปีนี้

บริษัท ซึ่งมีเจ้าของเป็นผู้บริหารจาก Sany Group บริษัทเครื่องมือวิศวกรรมขนาดใหญ่ของจีน ระบุในคำฟ้องว่า โอบามาไม่มีหลักฐานเพียงพอในการขัดขวางโครงการของบริษัท และได้กล่าวกับสื่อมวลชนของจีนว่า โครงการของบริษัทไม่ได้เป็นภัยกับความมั่นคงของสหรัฐ

ที่มา - BBC News, Reuters

หน่วยงานสหรัฐเตรียมซื้อคลื่นโทรทัศน์คืน มาเปิดประมูลใหม่ให้มือถือ

By: chayaninw on Mon, 2012-10-01 16:41

การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุสำหรับใช้ในกิจการต่างๆ นั้น เป็นประเด็นสำคัญของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าในการนำไปทำประโยชน์สูง

ในกรณีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาในระยะหลังๆ คือการที่คลื่นความถี่นั้น ไปจมอยู่กับบรรดาสถานีโทรทัศน์ ในขณะที่ผู้บริโภคนั้นรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบภาคพื้นดินน้อยลง (ไปเป็นสมาชิกเคเบิลหรือดาวเทียมแทน) และความต้องการใช้คลื่นความถี่สำหรับกลุ่มโทรศัพท์มือถือนั้นมากขึ้น ตามความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ใหม่ๆ อย่างสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ทางออกที่ดีคือ จะต้องพยายามดึงคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ ที่เริ่มล้าสมัย ไปใช้งานในส่วนที่มีประโยชน์มากกว่าอย่างกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่

การนำคลื่นความถี่คืนมาจัดสรรใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าของคลื่นเดิมก็ไม่อยากจะเสียคลื่นความถี่ไป (ลองถามบรรดาองค์กรที่ถือครองคลื่นความถี่ในไทยดูได้) หน่วยงาน FCC ของสหรัฐ (Federal Communications Commission เป็นหน่วยงานลักษณะเดียวกันกับกสทช.) จึงเริ่มออกแบบกระบวนการที่จะซื้อคืนคลื่นจากสถานีโทรทัศน์ นำมาจัดสรรใหม่ ตามกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติให้ FCC ทำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

รุปแบบกระบวนการคร่าวๆ ตามที่สภาคองเกรสอนุมัติมานั้น แบบออกเป็นสามขั้นตอน โดยในขั้นตอนแรกนั้น FCC จะให้บรรดาสถานีโทรทัศน์นั้น มาประมูลขายความถี่ 6 MHz ที่แต่ละรายถือครองอยู่ เรียกว่าเป็น reverse auction โดย FCC จะซื้อความถี่ส่วนหนึ่งที่ตั้งราคาเสนอขายต่ำสุด (ซึ่งก็น่าจะเป็นกลุ่มที่มีผู้ชมน้อย ทำกำไรได้ต่ำ) การประมูลนี้น่าจะเริ่มในปี 2014

หลังจากนั้น ในขั้นตอนที่สอง FCC จะทำการจัดเรียงคลื่นความถี่ของสถานีโทรทัศน์ที่เหลืออยู่ใหม่ มาอยู่ติดกัน ให้เหลือคลื่นความถี่ว่างต่อเนื่องสำหรับนำไปให้บริการโทรคมนาคมได้ และในขั้นสุดท้าย FCC ก็จะนำคลื่นความถี่ที่ได้มานั้น มาเปิดประมูลใหม่ตามปรกติ ซึ่งหากมูลค่าของกิจการโทรคมนาคมมีสูงกว่าโทรทัศน์อย่างที่คาดการณ์ไว้ FCC ก็น่าจะสามารถ "ทำกำไร" จากการเปิดประมูลให้กับธุรกิจโทรคมนาคมได้ นอกจากนี้ FCC ยังมีแผนที่จะจัดสรรคลื่นความถี่บางส่วนไว้เป็น whitespace สำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องขออนุญาตได้

ที่มา - Ars Technica, GigaOm

EU ยื่น WTO ขอใช้มาตรการตอบโต้ จากกรณีโบอิง-แอร์บัส

By: chayaninw on Mon, 2012-10-01 15:20

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ร้องขอใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเป็นการโต้กลับสหรัฐอเมริกา เป็นมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากกรณีที่สหรัฐได้ให้ความช่วยเหลือบริษัทโบอิงขัดต่อกฎของ WTO

ความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างบริษัทอากาศยาน โบอิง ของสหรัฐอเมริกา และแอร์บัส ของสหภาพยุโรป ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2004 โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่า รัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่งมีการให้การอุดหนุนแก่ธุรกิจของตนอย่างขัดต่อกฎของ WTO และทั้งสองฝ่ายก็เคยชนะกรณีพิพาทที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งกระทำผิดกฎ

กฎของ WTO อนุญาตให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้ (จากที่ปรกติขัดต่อกฎการค้าเสรี) เป็นเหมือนการเรียกค่าเสียหายจากคู่พิพาท ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาก็ร้องขอใช้มาตรการตอบโต้มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากสหภาพยุโรปในกรณีนี้เช่นกัน ซึ่ง Gary Hufbauer นักวิชาการจาก Peterson Institute for International Economics ก็มองว่า ทาง WTO คงไม่อนุมัติให้ทั้งสองฝ่ายแบบเต็มจำนวน

ทางฝั่งสหรัฐโต้แย้งว่า ในกรณีพิพาทประเด็นโบอิงและแอร์บัสนี้ สหรัฐเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าสหภาพยุโรป โดย Nkenge Harmon ผู้แทนการค้าของสหรัฐ อ้างถึงผลการสอบสวนของ WTO ที่ระบุว่า สหภาพยุโรป มีการอุดหนุนด้านการเงิน เป็นมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้สหรัฐสูญเสียยอดขาย 342 ลำ ในขณะที่ฝั่งสหรัฐ มีการอุดหนุนด้านวิจัย มูลค่า 2-4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งกระทบยอดขายของแอร์บัส 118 ลำ

ที่มา - Reuters, AFP, Financial Times

ค้านสายตา? ผลการศึกษาชี้ ตลาดมือถือแคนาดามีการแข่งขันดีแล้ว

By: chayaninw on Wed, 2012-09-12 23:20

ผลการศึกษาในแคนาดาระบุว่า ตลาดของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในแคนาดานั้นมีการแข่งขันที่ดีอยู่แล้ว และราคาค่าบริการนั้นไม่ได้แตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ มานัก แย้งกับความเชื่อของชาวแคนาดาจำนวนหนึ่งที่เห็นว่าค่าบริการโทรศัพท์มือถือในแคนาดานั้นแพงกว่าประเทศอื่นมาก (อีกตลาดหนึ่งของแคนาดาที่มีชื่อเสียเรื่องแพงคือค่าบริการอินเทอร์เน็ต ที่กลายเป็นมุกตลกระดับโลก)

ผลการศึกษาดังกล่าวมาจาก Yves Rabeau อาจารย์ของ Université du Quebéc à Montréal โดยสรุปว่า ในภาพรวมแล้วตลาดโทรศัพท์มือถือของแคนาดามีความใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ในด้านราคา เทคโนโลยีที่ใช้ และความเร็ว ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด

Rabeau ระบุว่า ค่าบริการในแคนาดานั้นใกล้เคียงกับในสหรัฐอเมริกา และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่บ้าง นอกจากนี้ เขายังบอกด้วยว่า ค่าบริการโรมมิงของแคนาดานั้นไม่ได้สูงกว่าประเทศอื่นใน OECD อย่างที่สื่อมักนำมาอ้าง ซึ่งจากผลการศึกษานั้น ค่าโรมมิงของแคนาดาถูกเป็นอันดับที่ 7 จากทั้งหมด 34 ประเทศ Rabeau สนุปว่า แนวทางของตลาดที่เป็นอยู่นั้นทำงานได้ดีอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องมีการกำกับจากภาครัฐเพิ่มเติมแต่อย่างใด

หากวัดจากคอมเมนต์ในข่าวของ Globe และ CTV แล้ว คงจะบอกได้คร่าวๆ ว่า ชาวแคนาดาคงไม่ค่อยเห็นด้วยกับผลการศึกษานี้กันนัก

ที่มา - The Globe and Mail, CTV News

Lion Air อินโดนีเซียสู้ศึกต้นทุนต่ำ เปิดสายการบินใหม่ในมาเลเซีย

By: chayaninw on Tue, 2012-09-11 20:27

PT Lion Mentari Airlines หรือ Lion Air สายการบินเอกชนรายใหญ่ของอินโดนีเซีย เตรียมเปิดสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศมาเลเซีย ประเทศบ้านเกิดของ AirAsia เจ้าตลาดในภูมิภาค

สายการบินใหม่ที่จะตั้งนี้ ใช้ชื่อว่า Malindo Airways มี Lion Air เป็นผู้ถือหุ้น 49% ส่วนอีก 51% นั้นเป็นของบริษัทจากมาเลเซีย National Aerospace & Defense Industries Sdn. โดยจะเริ่มบินระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม มีเครื่องบินเริ่มต้นเป็น Boeing 727 จำนวน 12 ลำ และวางแผนจะขยายขนาดฝูงบินเป็น 100 ลำในเวลาสิบปี

Rusdi Kirana ประธานของ Lion Air ประกาศว่า Malindo จะตั้งราคาค่าโดยสารที่เท่ากันหรือถูกกว่า AirAsia และเครื่องบินของสายการบินจะมีบริการความบันเทิงบนเครื่อง พื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น และเสิร์ฟอาหารแบบเบาๆ ด้วย ต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ AirAsia ก็พยายามเจาะเข้าไปยังอินโดนีเซียมากขึ้น โดยเข้าซื้อสายการบิน Batavia Air ของอินโดนีเซีย และตั้งสำนักงานสำหรับภูมิภาคอาเซียนในกรุงจาการ์ตา

Lion Air เป็นเจ้าของคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดของ Boeing โดยปีที่แล้วสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัท 230 ลำ มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ AirAsia ก็ครองสถิติของฝั่ง Airbus จากการสั่งซื้อ A320 จำนวน 200 ลำ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ที่มา - BusinessWeek, Reuters

นิยายฮิต Fifty Shades ช่วยอุ้มผลประกอบการ Barnes & Noble

By: chayaninw on Wed, 2012-08-22 15:41

ซีรีส์นิยายอีโรติกยอดฮิต Fifty Shades of Grey ช่วยให้เชนร้านหนังสือใหญ่ของสหรัฐ Barnes & Noble มียอดขายจากร้านหนังสือมากขึ้น และมีผลประกอบการขาดทุนลดลง

Barnes & Noble เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกรกฎาคม มีผลขาดทุนสุทธิ 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 28% และต่ำกว่าตัวเลขขาดทุนที่นักวิเคราะห์ Thomson Reuters ประเมินไว้ 20%

ในส่วนของยอดขายจากร้านหนังสือดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่ดิจิทัล) เพิ่มขึ้น 2% ไปอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าในรายงานจะไม่ได้แจกแจงตัวเลขเฉพาะของ Fifty Shades แต่ซีอีโอของหน่วยค้าปลีกของบริษัทก็ได้เปิดเผยว่า Fifty Shades of Grey มีผลต่อยอดขายอย่างมาก

ในฟากของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ยอดขายเครื่องอ่าน Nook ที่ต่ำลงและราคาเครื่องที่ถูกลง ทำให้ยอดขายในฝั่งดิจิทัลไม่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะขายอีบุ๊กได้มากขึ้นก็ตาม

ที่มา - CNN Money

โอบามาประกาศ การควบคุมอาวุธปืนควรเข้มงวดขึ้น

By: chayaninw on Thu, 2012-07-26 14:05

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการมีมาตรการทีเข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบประวัติของผู้ที่จะครอบครองอาวุธปืน หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรรา รัฐโคโลราโด

ประเด็นของการครอบครองอาวุธปืนนั้นเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนในสหรัฐอเมริกา โดยสิทธิในการครอบครองอาวุธนั้นได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ ตาม Second Amendment และฐานเสียงทางการเมืองจำนวนมากก็สนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธ และในช่วงที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่กำลังใกล้จะมาถึง การแตะประเด็นเรื่องอาวุธปืนก็อาจส่งผลเสียต่อความนิยมทางการเมือง

ในการกล่าวต่อประชาชนในนิวออร์ลีนส์ครั้งนี้ โอบามาไม่ได้กล่าวถึงการออกมาตรการหรือกฎระเบียบใหม่อย่างชัดเจน แต่ก็ระบุว่าจะพยายามให้ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน สามารถหาข้อสรุปร่วมกันในการลดความรุนแรงในสหรัฐได้

โอบามากล่าวยืนยันสนับสนุนสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะสามารถครอบครองอาวุธปืนได้ แต่ก็กล่าวว่าประเทศควรมีมาตรการในการตรวจสอบผู้ที่จะซื้ออาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้น

"ผมคิดว่าผู้ที่มีอาวุธปืนส่วนใหญ่ก็คงจะเห็นด้วยว่า เราควรทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้กลุ่มอาชญากรสามารถซื้ออาวุธได้ เราควรจะตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลก่อนที่พวกเขาจะซื้อปืนมา บุคคลที่มีความผิดปรกติทางจิตไม่ควรจะสามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายดาย ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ควรจะเป็นเรื่องที่เป็นที่ขัดแย้งกันได้ มันควรจะเป็นเรื่องสามัญสำนึก" โอบามากล่าว

ที่มา - AFP, The Guardian

Visa-MasterCard ทำข้อตกลงยุติคดีผูกขาดกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2012-07-19 12:53

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทบัตรเครดิต Visa และ MasterCard ร่วมกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐที่ออกบัตรเครดิต 13 แห่ง ได้ทำข้อตกลงยุติคดีที่ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน ร่วมกันกำหนดราคาค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต โดยมูลค่าของข้อตกลงยุติคดีนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในคดีนี้ บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตจะจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มผู้ค้าปลีกรวมกัน 6.05 พันล้านดอลลาร์ และลดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรให้กับร้านค้าเป็นเวลาแปดเดือน รวมมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์

ข้อตกลงนี้ยังระบุให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎของ Visa และ MasterCard ที่ทำไว้กับกลุ่มร้านค้าปลีก โดยจะอนุญาตให้ร้านค้าสามารถคิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ จากข้อตกลงเดิมที่มีการทำไว้ว่า ห้ามร้านค้าเหล่านี้คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตเพิ่มจากลูกค้า นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าปลีกสามารถรวมตัวกันในการเจรจาค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตได้ ข้อตกลงยุติคดีนี้จะครอบคลุมผู้ค้าปลีกในสหรัฐราว 7 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ค้าปลีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ปฏิเสธข้อตกลงยุติคดีฉบับนี้แล้ว โดยระบุว่าข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่ดีเพียงพอ

ที่มา - Reuters, Bloomberg Businessweek, Forbes

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

ไซปรัสยื่นขอรับความช่วยเหลือจากอียูเป็นรายที่ห้า

By: chayaninw on Wed, 2012-06-27 02:39

ประเทศไซปรัสได้กลายเป็นประเทศที่ห้าที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป จากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของกรีซ

ไซปรัสนั้นมีความใกล้ชิดกับกร๊ซซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก โดยรัฐบาลไซปรัสนั้นแถลงว่าไซปรัสจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากภาคการเงินของไซปรัสที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจของกรีซอย่างมาก โดยธนาคารของไซปรัสนั้นถือครองพันธบัตรรัฐบาลของกรีซ และปล่อยกู้ให้กับธุรกิจของไซปรัสที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของกรีซ โดยกรีซนั้นเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไซปรัส

ปริมาณความช่วยเหลือนั้นยังไม่มีการตกลงกัน โดยเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปและธนาคารกลางยุโรปจะพิจารณาว่าความช่วยเหลือจะเป็นเท่าใด แต่เป็นไปได้ว่า ปริมาณความช่วยเหลืออาจอยู่ที่หนึ่งหมื่นล้านยูโร ซึ่งมากกว่าครึ่งของขนาดเศรษฐกิจของไซปรัส

ปัจจุบันไซปรัสได้กู้เงินจากรัสเซียไปแล้ว 2.5 พันล้านยูโร และไซปรัสจะต้องหาเงิน 1.8 พันล้านยูโร (ราวหนึ่งในสิบของจีดีพี) ภายในเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มทุนให้กับธนาคารอันดับสองของประเทศ

ไซปรัสเพิ่งถูกลดอันดับเครดิตจากฟิตซ์เข้าสู่ระดับขยะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ทั้งสามสถาบันจัดอันดับหลัก ต่างประเมินเครดิตภาครัฐของไซปรัสอยู่ในระดับขยะทั้งหมด ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่ไซปรัสจะสามารถระดมทุนด้วยตัวเองได้ ก่อนหน้านี้ประเทศที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือไปแล้วได้แก่สาธารณรัฐไอร์แลนด์ โปรตุเกส กรีซ และสเปน

ที่มา - BBC News, Financial Times, Reuters

Pages

Subscribe to RSS - chayaninw's blog